Menu Close

ประสบการณ์เปิดร้านค้าออนไลน์ กับพฤติกรรมของลูกค้า

หัวข้อดีๆ มาอีกแล้วค่ะวันนี้ พฤติกรรมของลูกค้าที่ซื้อสินค้าออนไลน์ จากประสบการณ์ของคนที่เปิดร้านค้าออนไลน์ มาแบ่งปัน (และบ่น) กัน

ลองไปอ่านกันดูค่ะ

กระทู้ชวนคุยค่ะ..เกิดเป็นแม่ค้าออนไลน์ แท้จริงแสนลำบาก

วันนี้เป็นกระทู้ชวนคุยกันค่ะ ^^

สังเกตว่า มักจะได้รับคำชมเชยจากลูกค้าทางเมล์ เช่น สินค้าสวยถูกใจ เหมือนในรูปมากๆ เลย, ถูกใจสินค้าที่สุด ประทับใจอย่างนู้น อย่างนี้ คือ ลูกค้าจะกระทำการ”ชมเชย” แบบเงียบๆ รู้กัน 2 คน ทั้งๆ ที่เราอยากให้ลูกค้าเขียนในเว็บบอร์ด เพื่อเราจะได้หน้าบ้าง อะไรบ้าง เอิ๊ก…กกก

ในทางกลับกัน ถ้าลูกค้าไม่ได้ดั่งใจ ไม่ชอบใจ แค้นใจ โมโห ไม่ว่าจะด้วยเรื่อง
เข้าใจผิด เรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องเล็กน้อย หรือเรื่องใหญ่ คำตำหนิ…ด่า….เหวี่ยง
จะไปปรากฎที่หน้า “เว็บบอร์ด” ในบัดดล ไม่อยากให้รู้กันแค่ 2 คนซะแล้ว
ซึ่งมักจะสมประสงค์ ไทยมุงมาคลิ๊กอ่านตรึม..มม

ร้ายแรงที่สุด คงได้ปราำกฎตัวในบอร์ดพันทิป ประจานให้ตายกันไปข้าง กว่าจะรู้
ว่าใครถูกใครผิด ใครรังแกใคร สุดท้ายแล้วคนที่เละเป็นกล้วยโดนรถพ่วง 18 ล้อ
ทับ คงไม่พ้นแม่ค้าตาดำๆ (เฉพาะเคสคนดีที่ถูกยำนะค่ะ ถ้าเป็นคนไม่ดี เป็นพวก
มิจฉาชีพ โกงเงินลูกค้า คงต้องแล้วแต่ศาลจะตัดสินค่ะ)

โบราณถึงได้ว่าไว้ “ยิ่งสูง ยิ่งหนาว” หรือ “มารไม่มี บารมีไม่เกิด” แต่สำหรับเรา
ขออยู่บนยอดหญ้า กินน้ำค้างก็พอ ไม่อยากขึ้นไปอยู่บนยอดเขาให้หนาวตรูด
และหัวใจค่ะ เพราะไม่รู้ว่าวันดีคืนดี จะเจอลูกค้าขี้สะดุ้ง 3 วันแล้วไม่ได้รับสินค้า
แม่ค้าโกงฉันแน่ๆๆๆๆ เลย ต้องเขียนๆๆๆ ตามหาในบอร์ดพันทิป หรือสินค้าไม่
สวย ไม่ถูกใจ ฉันจะเอาเงินคืน แม่ค้าไม่คืน ฉันจะฟ้อง..งงงงงงง พันทิป

อยู่ในที่สว่างมันช่างน่ากลัวจริงๆ แม้ว่าทำดีเป็นพันครั้ง แต่จะรู้กันเงียบๆ 2 คนกับ
ลูกค้า แต่ถ้าเจอแจ๊คพ็อต 1 ครั้ง รับรองว่าดังระเบิดรู้กัน 7 ชั่วโคตรเลยทีเดียว

เป็นแม่ค้าออนไลน์ มันไม่ง่ายเลยจริงๆ
จากคุณ : สกุลลัน
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 01:10:21

ความคิดเห็นที่ 1

เค้าก็น้อยใจ
เวลาได้รับของแล้ว ก็มาบอก มาชม มาสัญญาว่าจะซื้ออีก ทางเมลล์รู้กันสองคน
ฮือๆๆๆ

จากคุณ : รินบุญญา
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 02:15:21

ความคิดเห็นที่ 2

ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเปิด webboard ไว้ในเวบไซท์ของร้านหรอก เว้นเสียแต่ทำบน facebook เลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น การทำ ecommerce บนเวบควรมีข้อมูลมากเพียงพอสำหรับลูกค้าในการตัดสินใจซื้อ
ข้อดีของการทำอย่างนี้ คือจะช่วยให้ได้ order เร็วขึ้น และประหยัดเวลาที่จะต้องมานั่งคุยกันไม่ว่าจะเป็นทาง email หรือ โทรศัพท์
และที่สำคัญก็อย่างที่คุณว่า คือไม่ต้องมานั่งปวดหัวเรื่องลูกค้าที่อาจไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิด มาต่อว่าเสียหาย
ทำดีมา 100 ครั้ง โดนวีนครั้งเดียวอาจจะพังเลยก็ได้ … ในเมื่อมันเสี่ยง ก็จัดการไม่ให้มีโอกาสเกิดขึ้นซะ

จากคุณ : Morning Star
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 02:22:56

ความคิดเห็นที่ 3

ซ้อเคยสั่งซื้อชุดทางเน็ต
สั่งสีเขียว ได้สีครีม

ซ้อเมลล์ไปถาม
ไม่เห็นเค้ารับผิดชอบอะไรเลย ไม่ตอบด้วย
แต่ซ้อก็ไม่ได้ไปด่าอะไรในเว็บหรือหน้า Fanpages นะคะ ราคาสองพันนิดๆ ถ้าหลักร้อยซ้อคงไม่คิดอะไรหรอกค่ะ >__<

จากคุณ : ซ้อแปด
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 02:24:26

ความคิดเห็นที่ 4

คห.2 การปิดเว็บบอร์ด ผลได้ ผลเสีย มันต่างกันเยอะค่ะ
เปิดเว็บบอร์ดไว้ จะมีลค.โพสท์ถาม โพสท์ซื้อซะ 100 คน
อาจจะมีมาตามของซะ คนนึง สองคน หรือนาน ๆ ทีมาคอมเพลนซะคน

ด้านจิตวิทยา เว็บไหนที่บอร์ดปิด ลูกค้าจะเข้าใจว่า
แม่ค้าคงมีปัญหาลูกค้าคอมเพลน หรือตามทวงของแน่ๆ เลยปิดบอร์ดหนี

ได้ไม่คุ้มเสียค่ะ ถ้าจะมีลูกค้ามาเขียนบอร์ดคอมเพลนเราเยอะขนาดนั้นจริงๆ
เราต้องพิจารณาการทำงานของตัวเองแล้วแหล่ะ ว่าต้องปรับปรุงตรงไหน
ถึงโดนลูกค้าคอมเพลน ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

จากคุณ : JiGGO InLove
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 02:32:02

ความคิดเห็นที่ 5

เว็บบอร์ดคือลำดับที่2หลังจากเปิดหน้าเว็บ เช็คดูความเคลื่อนไหว รีวิวสินค้า คำพูดคำจาของแม่ค้า อ่ะจ้า แต่ตอนนี้เว็บเราแทบจะร้างแล้ว เพราะไปคุยกันในเฟสแทน -*-

จากคุณ : plawan131
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 03:49:46

ความคิดเห็นที่ 6

ลูกค้าแต่ละคนความคาดหวังไม่เท่ากัน พฤติกรรมก็แตกต่างกัน ผมใช้วิธีพูดน้อยๆ ไว้ก่อน ไม่เน้นตอบโต้ ลูกค้าบางคนคิดว่าคำอธิบายของเราคือคำแก้ตัว บางคนก็มักจะคิดว่าตัวเองเก่งเทพ ของๆเธอจะดีแค่ใหน ฉันก็จะติ ขอให้ได้ติ ได้สอนไว้ก่อน ถึงจะสบายใจ

ผมมีคำพูดแบบเป็นฟอแมตเลย ชมมาก็ ขอบคุณมาก โอกาสหน้าอุดหนุนอีกนะครับ บ่นมาก็ รับทราบครับ ผมจะแจ้งช่างให้ปรับปรุงนะครับ

จากคุณ : ดอกไม้ทะเล
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 06:35:07

ความคิดเห็นที่ 7

อยู่ที่สังคมครับ คิดว่าสังคมเรายังใช้เหตุผลอยู่ อย่าคิดมากกับ ลุกค้าบางคน ผมก็เจอว่าชมแล้ว อยากแนะนำเพื่อน ก้ไม่เห็นมีคนอ้างมาเลย บางคน มองว่า เราคือคนส่งของด้วยซ้ำ ถามอะไรก้ไม่ตอบ ทั้งๆที่ซื้อถี่ๆ จะบอกว่าไม่ชอบก้ไม่ใช่

มีน้อยมาก…. ที่ชมแบบเรื่อยๆ ช่วยขาย 1 ใน 100 จริงครับ

จากคุณ : TheRed2008
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 06:48:42

ความคิดเห็นที่ 8

แฮ่ๆ ขอนอกเรื่องนิดครับ

ผมอ่านกระทู้ แม่ค้าออนไลน์ทุกครั้ง ความรู้สึกบอกว่า เป็นหญิงในฝันครับ เพราะเธอ เป็นกลุ่มหญิงที่มีคุณภาพ มุมานะ ทำมาหากิน ไม่งอมืองอเท้า

ทุกครั้งที่ได้มารับฟังความยากลำบากในการประกอบอาชีพ แม้จะเห็นใจแต่เป็นความเห็นใจ ที่แฝงชื่นชมในความพยายามสู้กับอุปสรรค

ขอให้ยอดหญิงทุกท่านประสบความสำเร็จครับ

จากคุณ : พี (peh_chai)
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 07:35:15

ความคิดเห็นที่ 9

กว่าจะได้เงินมาสักบาทไม่ใช่รอให้เทวดาโยนลงมาหล่นตุ๊บให้เราเสียเมื่อไหร่
จ้อยว่าแม่ค้าออนไลน์ทุกคนก็ลองผิดลองถูกกว่าจะมีวันนี้ค่ะ

ในด้านของสินค้าถ้าของคนอื่นดีเราก็ชื่นชม สิ่งที่เราควรทำคือทำให้ดีเท่าหรือดีกว่า
อย่าทำธุรกิจด้วยการที่วันๆไปหาข้อบกพร่องของคนอื่นเอามาโจมตี

อะไรที่เราเเห็นว่าไม่ดี เราก็ไม่ใช่ผู้พิพากษาตัดสิน ของบางอย่างรางเนื้อชอบรางยา
เรื่องบางอย่างบางทีก็อยู่ที่”รสนิยม”ของผู้ใช้ที่เราควรเคารพ

ในด้านบริการ แน่นอนว่าแม่ค้าทุกคนต้องงัดตำรามารับมือลูกค้าทุกประเภท
อยู่ที่ว่าใครมีวิธีแก้ไขปัญหาต่างกันไป ไม่มีแบบไหนถูกแบบไหนผิด

จ้อยว่าอยู่ที่ชนิดสินค้า และเงื่อนไขอื่นๆประกอบกัน
แต่ที่เหมือนกันคือ แม่ค้าต้องอดทนค่ะ T-T

แต่ไม่ว่าจะอะไรทั้งหลายทั้งปวง จ้อยก็ยังเชื่อที่พ่อแม่สอนมา
ว่าเราต้องตั้งอยู่บนความซื่อสัตย์ ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอ ไม่ว่ามันจะแย่แค่ไหนก็ขอให้มองบวก
ว่าไอ้ที่แย่ๆเป้นบทเรียนสอนให้เรารู้ว่าอย่าทำซ้ำผิดอีกค่ะ

จ้อยเปิดร้านออนไลน์มา 4 ปี 7 เดือน เริ่มต้นจากการแบ่งปันและน้ำใจ
สำหรับจ้อยถือว่าคุ้ม ที่ได้มากกว่ากำไรคือมิตรไมตรีจากลูกค้า

จ้อยได้รับน้ำใจอย่างคาดไม่ถึง จ้อยว่ามีค่ามากกว่าตัวเงินเยอะเลยค่ะ
และที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้ คือรายได้จากขายออนไลน์ก็เยอะจนหลายคนแอบทึ่ง

คนอื่นอาจจะทึ่ง แต่เราก็รู้ว่ากว่าเราจะมีวันนี้เราต้องผ่านอะไรมาบ้าง
อย่าพึ่งท้อและมดกำลังใจกันนะคะ สู้ๆค่ะ

จากคุณ : จ้อย..ยย
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 10:04:04

ความคิดเห็นที่ 10

ได้อ่านความคิดเห็นที่ 9 ของคุณจ้อย แล้วมีกำลังใจเลยค่ะ โดยส่วนตัวเริ่มขายของออนไลน์ได้ประมาณ 3 เดือนแล้ว แต่กว่าจะศึกษาว่าตัวเองชอบอะไร อยากจะทำอะไร
ปาไป 6 เดือน ^-^”

ตอนนี้เสียงตอบรับค่อนข้างโอเค เด็กๆจะฝากหาสินค้าพวกตุ๊กตาเก่าๆ พอเราหามาได้ เอามาจากอเมริกาบ้าง ฮ่องกงบ้าง สิงค์โปร์บ้าง พอเราซื้อมาได้ เด็กๆ ก็ดีใจก็บอกต่อๆ กับเพื่อนๆ กันไป ทุกวันนี้ก็มีความสุขดีค่ะ ถึงแม้ว่ากำไรต่อตัวจะได้ไม่มาก แต่ก็มีความสุขที่ได้ทำค่ะ

จากคุณ : jaajane (j_jaa123)
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 11:08:29

ความคิดเห็นที่ 13

เปิดร้านมาเกือบเดือน มีคนมาโพสชมที่เว็บบอร์ด 2 คน ดีใจแทบตาย

ปกติก็มีแต่ตั้งกระทู้เอง จนไม่รู้จะตั้งอะไรแล้วค่ะ

เอาประสบการณ์ตอนเป็นลูกค้ามาปรับใช้ พยายามตอบเมลเร็วๆโดยเฉพาะเวลาที่เค้าโอนเงินมาให้เราแล้ว

ไม่อยากให้ลูกค้าคิดว่าเราจะโกงเค้าน่ะค่ะ

คงไม่ปิดเว็บบอร์ดหรอกค่ะ เพราะเราชอบดูการเคลื่อนไหวของแม่ค้าเวลาซื้อของเหมือนกัน ร้านที่ไม่มีเว็บบอร์ดส่วนใหญ่เราไม่ซื้อค่ะ

จากคุณ : สายน้ำเซาะหินผา
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 13:10:57

ความคิดเห็นที่ 14

เรื่องปิดเวบบอร์ดร้านสำหรับเราคิดว่า ไม่สมควรปิดเป็นอย่างยิ่ง..เพราะเราเคยเจอโดนโกงเงิน 3700 บาท โดยทำอะไรเจ้าของเวบไม่ได้เลย ขอเล่านิดนะคะ…

เวลาของในร้านเราขาดเรามักซื้อจากร้านอื่นที่มี แต่ร้านนี้ของที่หายากเขาหามาให้ได้ เพราะเจ้าของเวบอยู่อเมริกา เขามีคนส่งของให้ในไทย สินค้าเป็นพรีออเดอร์ ราคาถูก บวกกำไรนิดเดียว แต่เราต้องเสียค่าส่งจากอเมริกาเองแต่ซื้อเกิน 3000 บาทส่งฟรี เออน่าสน เข้าดูอยู่ซักพักอ่านเวบบอร์ดก้อลูกค้าสั่งซื้อเยอะดี มีลูกค้าทวงถามของบ้าง3-5 รายซึ่งถือว่าไม่แปลกเพราะเป็นพรีออเดอร์เรื่องล่าช้าเราเข้าใจเพราะของมันอยู่ไกล… แล้ววันนึงก้อตัดสินใจสั่งซื้อไป 3700 บาท สั่งเสร็จมาดู อ้าวเวบบอร์ดร้านปิด สงสัยโดนคนตามของเยอะเลยเครียด ปิดมันซะ…ไม่ทันข้ามวันได้รับเมลคอนเฟิร์มจากผู้หญิงที่อเมริกา เราก้อโอนเข้าบัญชีผู้ชายที่ให้ไว้หน้าเวบ โอนเสร็จ ก้อยังติดต่ออีก1-2 ครั้งกับคนขาย…

ผ่านไป 2 สัปดาห์เจอกระทู้ในห้องแป้ง ว่าโดนร้าน American Outlet xxxxx โกง รวบรวมว่าใครโดนบ้าง คนโพสท์สั่งของมา 2 เดือนแล้วไม่ได้รับ แล้วมีคนอื่นอีกมากมาย บางคนฝากซื้อบีบี ราคารวม 80,000 บาท โอ๊วววว ใจไม่ดี เปิดเวบเขาดูหน่อย แม่เจ้าเวบถูกปิดไปแล้ว กรรมแล้วชั้น เลยติดต่อคนอื่นๆที่เสียหายทางหลังไมค์ ก้อแจ้งความกันไป ไอ้เจ้าของบัญชีมันบอกไม่รู้เรื่องญาติเอาเลขที่บัญชีไปใช้ ผมไม่เกี่ยว สารพัดจะปฏิเสธ…

สรุปความว่า ไอ้เวบบอร์ดนี่แหละถ้าไม่มี ก้อทำให้ลูกค้าคนอื่นเตือนลูกค้าใหม่ที่กำลังหลงผิดสั่งซื้อ หรือมาบอกเล่าข่าวความเป็นจริงไม่ได้…ขาดช่องทางติดต่อให้โลกภายนอกรับรู้…มันทำให้เราฝังใจว่าเวบไหนไม่มีเวบบอร์ดแสดงว่ามีกลิ่นเน่าๆอยู่ในเวบนี้ละ เราจะไม่ขอซื้อเด็ดขาด ร้านไหนโปร่งใสต้องกล้าเปิดเผย…

ส่วนเรื่องที่ลูกค้ามาด่ากราดในเวบบอร์ดประจานให้โลกรู้ และสะใจที่ได้ทำให้แม่ค้าอับอายขายขี้หน้า ก้อเป็นวิธีการของลูกค้า ที่แม่ค้าอย่างเราก้อแอบเซ็งเพราะเคยเจอเป็นกรณีส่งของไปเสียหาย ลูกค้า แม่ค้า และคนอ่านแทบรีเฟรชหน้าเวบอ่านติดตามความเคลื่อนไหวกันทีเดียว ยอดคนอ่านวันเดียวร้อยกว่าคน ไทยมุงล้วนๆ ชอบนักแลเรื่องแบบนี้ ทีกระทู้ขอบคุณแม่ค้าค่ะ บริการดีเยี่ยมเปี่ยมน้ำใจ คนมักไม่สนใจอ่าน เหอะๆๆ

เป็นแม่ค้าออนไลน์ต้องอดทนค่ะ ^___^

จากคุณ : Thundergirl
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 14:27:18

ความคิดเห็นที่ 15

ร้านไหนไม่มีเวบบอร์ด เราไม่ไว้ใจจะซื้อเลยค่ะ

จากคุณ : by iPhone (ยูสึยุ)
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 15:05:55

ความคิดเห็นที่ 16

มีเว็บบอรืดแต่ลูกค้ากลับไม่ชอบใช้ เง้อ

จากคุณ : buchecktien
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 17:18:06

ความคิดเห็นที่ 17

ผมชอบ ป่าวประกาศ ความดีของคน ให้คนอื่นรู้ครับ 🙂

จากคุณ : Mashi_Naz
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 18:16:06

ความคิดเห็นที่ 18

จริง ๆ ค่ะ ลูกค้าชอบตอบกลับว่า ได้รับของแล้ว ได้รับเร็วมาก แพ็คมาดี ทางเมล์ตลอดเลย 5555
เราอยากให้เค้าไปโพสบนแฟนเพจหรือเว็บบอร์ดมากกว่า คนอื่น ๆ จะได้ไว้วางใจเรามากขึ้น อิอิอิ
แต่ก็อ่ะน้า แค่เค้าตอบกลับก็ดีใจมาก ๆ แล้วค่ะ

ของเรายังไม่เคยเจอลูกค้าไม่น่ารักค่ะ เจอแต่น่ารักมากๆ (คงเพราะขายยังไม่นานมั้งคะ)
เราแพคของไม่ดีพอของเสียหาย เค้าก็เมล์กลับมาบอก พร้อมแนะนำวิธีแพคด้วย เราเอามาทำตามก็ work มาก 5555
นึกขอบคุณเค้ามาก ๆ ที่ไม่มาต่อว่าเราในที่สาธารณะ

ทุกวันนี้เว็บบอร์ด หน้าแฟนเพจ มีแต่เราคอยประกาศ tracking no ลูกค้าไม่ค่อยโพสต์เลย ชอบหลังไมค์ หรืออีเมล์มากันมากกว่า

จากคุณ : arra
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 18:25:24

ความคิดเห็นที่ 19

บอกตรงๆ
ร้านไหนไม่มีเว็บบอร์ด เราไม่ซื้อค่ะ
เพราะเราคิดว่า เค้าปิดเว็บบอร์ดหนี – -” คงโดนคอมเพลนเยอะ
อีกอย่างก่อนเราซื้อของร้านไหน เราต้องดู feedback ก่อน ไม่กล้ากดซื้อเลยหรอกค่ะ
(ยกเว้นถ้ามี facebook ก็โอเค ไปตามดู feedback ใน facebook ได้)

แต่เรื่องชมแม่ค้าทางเมลล์ นี่ก็เป็นเหมือนกัน แหะๆ
ชมแบบรู้กันสองคน ขออภัยแม่ค้าด้วยค่ะ
ส่วนคอมเพลนยังไม่เคยค่ะ
เคยซื้อกระเป๋าทางเนทใบนึง ของจริงไม่เหมือนในรูปเลย
กระเป๋าสีขาว แอบมีรอยเหลืองด้วย
แต่เราก็เฉยๆ เพราะก็ทำใจไว้ส่วนนึงละซื้อของในเนท
แค่ที่คิดว่าจะสั่งซื้อเพิ่มก็เป็นอันล้มเลิกไป

อยากเป็นแม่ค้าออนไลน์เหมือนกันค่ะ
ด้วยปัญหาสุขภาพที่เป็นอยู่ ทำให้ลำบากในการทำงานบริษัท
แต่ยังไม่รู้จะขายอะไรดีเลย แถมสมัยนี้ก็ยากด้วย คนขายเต็มไปหมด

จากคุณ : สาวแว่นเลี้ยวซ้าย
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 18:53:08

ความคิดเห็นที่ 20

ของเราก็เหมือนกันเวปบอร์ดเงียบกริ๊บเลย นานๆ จะมีมาโพสต์ถามหน้าเวปบอร์ดที ส่วนใหญ่ลูกค้าเราจะมีแต่มาทางเมล์กับโทรสั่งมากกว่า แต่เราก็ไปอัพเวปบอร์ดเราตลอดเลยนะ กลัวจะหาว่าเป็นเวปร้าง เพราะเวลาเราส่งของเราก็ไปลงเลขส่งทุกวันๆ เลย

จากคุณ : very_berry
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 19:08:32

ความคิดเห็นที่ 21

เข้ามาชูจั๊กกะแร้ว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะคนที่ควบ 2 ตำแหน่งทั้งแม่คนและแม่ค้า (อย่้างเรา)

เป็นแม่ full time 24 ชม.
เป็นแม่ค้าออนไลน์ 12 ชม.

เวบบอร์ดจำเป็นต้องมี must have เลยคะ
อย่างน้อยๆ ก็ต้องแจ้งส่งสินค้า มีไว้ให้ลูกค้าสอบถาม
ส่วนเรื่องชม ถ้ามีมาก็ถือว่า โชคดีมาก
ขอเรามีมา 3 ราย แต่ยังไม่เคยโดนประจานค่ะ
เพราะส่วนมากลูกค้าจะมาเลือกซื้อที่ร้าน
กรณีสั่งหน้าเวบ เราแ้จ้งลูกค้าให้ทราบก่อนล่วงหน้าว่า
“เราดูแลตลอดอายุการใช้งาน” มีปัญหาโทรหาแม่ค้าได้ทันที

ขนาดรายที่เราไม่ผิด รายที่ซื้อไปแล้วญาติๆ ไม่ชอบ
เรายังหยวนๆ ให้เปลี่ยนสินค้าเลยคะ ถอยได้เท่าที่ยอมถอย

ไม่อยากมีเรื่อง ได้ไม่คุ้มเสีย
ถ้าเรื่องร้ายๆ ปากต่อปาก ไปไวเหลือเกิ๊น

จากคุณ : จก วายร้าย
เขียนเมื่อ : 29 ก.พ. 55 21:24:57

ความคิดเห็นที่ 22

ที่ร้านมีคนชมที่เวปบอร์ดเรื่อย ๆ
บางครั้งส่งรูปรีวิวมาให้ด้วย
ทุกคนที่ชมมา ส่งรูปมา ไม่เคยขอเลยค่ะ เค้าส่งมาให้เอง รู้สึกขอบคุณมาก ๆ

หลังไมค์ก็เหมือนกันมีมาเรื่อย ๆ แต่เราไม่เคยปักหมุดเลยสักกระทู้ นอกจาก รีวิว…. เพราะว่า การปักหมุด มันไม่ธรรมชาติค่ะ รู้สึกว่าเป็นความรู้สึกของลูกค้าท่านนึง ซึ่งอาจจะไม่ได้ทำให้ลูกค้าท่านอื่นคิดแบบนั้น เป็นการไปสร้างความคาดหวังกดดันตัวเราเองเสียเปล่า ๆ

ส่วนที่มีลูกค้ามาวีนในเวปก็เคยมีค่ะ แต่ตั้งแต่เปิดร้านมีอยู่คนเดียว
แล้วก็ ทุกอย่างเราถูกต้องอยู่แล้ว ไม่มีอะไรต้องกังวล
ได้แต่อธิบายลงรูปหลักฐานทุกอย่างที่มีลงให้กระทู้เหมือนกัน
แต่ต้องสุภาพ ใจเย็น และ ไม่มีอารมณ์ เอาเหตุ เอาผลมาคุยกัน

หลังจากเกิดเรื่องนี้แล้ว มีลูกค้าให้กำลังใจกลับมายิ่งเยอะ คนก็บอกว่า เค้าเข้าใจเห็นหลักฐานทุกอย่างแล้วก็รู้ว่าเรื่องเป็นอย่างไง
ตอนมีปัญหาพยายามใช้สติเยอะที่สุด เอาอารมณ์ออกไปเลย ทุกอย่างต้องอยู่ที่ความถูกต้องเราจะแก้ปัญหามันอย่างไงให้ดูราบรื่นไม่มีผลกระทบต่อไปกับร้านเรา
และถ้าเรายิ่งแก้ได้ขนาดที่ว่าเกิด บวกกับร้านได้อีก ถือว่าจะกลายเป็นโบนัสทันทีค่ะ

เราสอนลูกให้แก้ปัญหาที่เข้ามา ใช้สติเยอะ ๆ เอาอารมณ์เก็บไว้ ไม่หนีปัญหา
แล้วเมื่อคนเราสุจริต ไม่มีปัญหาอะไรที่จะแก้ไม่ได้ สอนลูกแล้วเลยต้องเก็บไว้สอนตัวเอง เพราะถ้าแม่ทำไม่ได้ จะกลายเป็นแม่ปูสอนลูกปูไป ^ ^

จากคุณ : La Sartoria della gonna
เขียนเมื่อ : 1 มี.ค. 55 08:55:07 A:115.87.200.232 X: TicketID:350249

ความคิดเห็นที่ 23

เคยมีลูกค้าชื่นชมมามากมายในอีเมล์ ประมาณว่าอยากกดไลค์ให้ร้อยครั้ง ผมเลยส่งลิงค์หน้าแฟนเพจเฟสบุ๊คไปให้กดจริงๆ จนป่านนี้ยังไม่เห็นชื่อลูกค้าเข้ามาไลค์เลยครับ แต่จริงๆ ลูกค้าน่ารักมากนะครับ

เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าเกิดการเข้าใจผิดกันแล้วลูกค้าเอาเราไปประจานในเว็บบอร์ดสาธารณะ จะเสียหายมากมั้ย ตอนนี้คิดว่าโอกาสเกิดเรื่องแบบนั้นมันก็ไม่ใช่เกิดได้ง่ายๆ ลูกค้าที่จะเอาข้อผิดพลาดไปบ่นน่าจะแค่ระบายสั้นๆ ซึ่งถ้าเราเห็นก็เข้าไปชี้แจง หรือถึงไม่มีโอกาสชี้แจง เรื่องก็คงไม่บานปลายใหญ่โตอะไร เรื่องมันจะใหญ่คนโพสต์ต้องลงทุนโพสต์เยอะ ทั้งเล่าเรื่อง ทั้งแสดงหลักฐาน และต้องคอยตอบคำถามไทยมุงขี้สงสัยอีกเยอะ คือถ้าไม่แค้นใจมากคงไม่มีแรงจะโพสต์ขนาดนี้นะครับ

เรื่องบริการอย่างมากลูกค้าก็แค่บ่นๆ มันก็ธรรมดา ความคาดหวังของแต่ละคนไม่เสมอกัน ถ้าเราทำให้ได้มากกว่าที่เขาคาดหวัง เขาก็รู้สึกพอใจ ชื่นชม แต่ถ้าทำน้อย เขาก็รู้สึกไม่ปลื้ม

แต่เรื่องโกงอย่าให้มีเชียว แม้จะไม่ได้มีเจตนาจะโกง แต่การกระทำอาจทำให้ลูกค้าคิดว่าโกง ผมคิดว่าบางทีมันเกิดจากปัญหาในการสื่อสาร การให้ข้อมูลสินค้าและเงื่อนไขการขาย ถ้าข้อมูลกำกวม คลุมเครือ หรืออ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกหาว่าโกงได้ ทั้งๆ ที่ไม่คิดจะโกง

เมื่อคืนผมคงกินอะไรดีเข้าไป แถมเข้านอนเร็ว เช้านี้เลยกระปรี้กระเปร่า อยากพิมพ์ต่ออีกนิด พอดีนึกขึ้นได้อีกเรื่องนึง

เวลาโพสต์โฆษณาตามบอร์ดหรือเว็บคลาสสิฟายด์ต่างๆ โดยธรรมชาติเราก็อยากจะโม้บ้างว่าสินค้าเราดียังไง ผมอยากให้เราพิมพ์เสร็จก่อนจะโพสต์ ให้อ่านทบทวนสักนิดนึง อ่านแบบทำใจว่าเราเป็นลูกค้า ดูว่าเราได้โม้อะไรที่เกินเลยไปมั้ย หรือเป็นการสร้างความคาดหวังผิดๆ ให้ลูกค้าหรือเปล่า ดีกว่ารีบๆ โพสต์ไปแล้วต้องมาเจอปัญหาลูกค้าโวยวายใส่เราเพราะโฆษณา คือถ้าเป็นสื่อหลักอย่างวิทยุ ทีวี หนังสือพิมพ์ อย่างน้อยมันมีระบบตรวจสอบอยู่แล้วระดับนึง แต่โฆษณาออนไลน์ตามเว็บบอร์ดไม่มี ใครจะเผลอโม้อะไรยังไงก็โม้ได้ทั้งนั้น

เกิดเป็นแม่ค้าออนไลน์ต้องเก่งและฉลาดอย่างไออ้อนแมน เกี่ยวมั้ยเนี่ย -_-‘

จากคุณ : PoojeeChunn
เขียนเมื่อ : 1 มี.ค. 55 09:04:08

ความคิดเห็นที่ 24

เรื่องประจานทางเว็บบอร์ด ถ้าเรามั่นใจว่าเราถูกต้อง ตรวจสอบได้ มีหลักฐานพร้อม อย่าได้แคร์ค่ะ

เล่นห้องแป้งบ่อยๆ ก็เห็นมีกระทู้ประจานแม่ค้ากันอยู่เนืองๆ
บางคน แม่ค้าห่วยจริง คนก็มาร่วมประจานเป็นร้อย reply
แต่บางเคส แม่ค้าไม่ผิด ลูกค้าเหวี่ยงไม่เข้าท่า
ก็จะมีคนมาเตือนสติ ว่าเธอน่ะเยอะเองนะ
นับว่าปัจจุบันลูกค้ามีวิจารณญาณกันพอสมควร

ส่วนเรื่องที่ลูกค้าชมทางเมล์ ไม่ชมทางบอร์ด เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
แต่ก็ไม่ซีเรียสค่ะ คิดว่าเว็บไหนมีแต่กระทู้ชมเวอร์ๆ เยอะๆ
บางทีก็สงสัยว่าแม่ค้าแอบตั้งเองหรือเปล่า อิอิ

จากคุณ : แมวเหมียวขนฟู
เขียนเมื่อ : 1 มี.ค. 55 11:57:19

ความคิดเห็นที่ 25

เรื่องเวบบอร์ด ผมยังยืนยันความคิดว่าไม่สมควรมี มากกว่าที่จะมีนะครับ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะ
แต่ถ้าไม่มี หมายความว่า ไม่มีคำว่า webboard หรือ link เวบบอร์ดอยู่ใน เวบไซท์ร้านค้าเลยนะ ไม่ใช่มีเวบบอร์ดโชว์ แต่ขึ้นว่าปิด
เพราะอย่างที่หลาย ๆ ความเห็นข้างบนว่าไว้ การมีเวบบอร์ดแล้วแสดงว่าปิด มันให้ผลเสียมากกว่าการ เปิด หรือไม่มีให้ใช้เลย

คือก็เข้าใจได้ ว่าผู้ซื้อหลาย ๆ คนเลือกที่จะซื้อจากร้านที่มีเวบบอร์ดมากกว่า เพราะสามารถได้ข้อมูลพฤติกรรมของผู้ขายมากขึ้น
แต่จริง ๆ แล้ว เรื่องแบบนี้มันไม่จำเป็นในการตัดสินใจของผู้ซื้อ หากเวบไซท์ของผู้ขายมีความเป็นมืออาชีพมากพอ
มีข้อมูลสินค้าละเอียดพอ มีรูปประกอบ description ชัดเจน มีช่องทางติดต่อผู้ซื้อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ หรือ email.
หรือมีหน้าร้านที่ลูกค้าสามารถไปดูสินค้าได้อย่างชัดเจน (ถึงแม้จะเป็น ecommerce) แต่คนไทยก็ยังถามหาหน้าร้านอยู่เยอะ

เพียงแต่พฤติกรรมถามหาหน้าร้าน มันมักจะมีกับผู้ซื้อในกรุงเทพเท่านั้นเป็นส่วนมาก จากประสบการณ์ส่วนตัว
คุณอย่าลืมว่า e-commerce คือการที่หน้าร้านคุณบนเวบไซท์ ได้พบเจอกับลูกค้า “ทั่วประเทศ” และ “ทั่วโลก”
ไม่ใช่แค่ลูกค้าแถวสีลม อนุสาวรีย์ ลาดพร้าว … คุณยังมีโอกาสเจอลูกค้าจาก แม่ฮ่องสอน เลย หนองคาย ชลบุรี ปัตตานี
หรือลูกค้าทั้งไทย และต่างประเทศ จากมาเลเซีย สิงคโปร์ อังกฤษ อิตาลี อเมริกา และทั่วโลก

ดังนั้น หากมองในภาพความจำเป็นของการมีเวบบอร์ด หลัก ๆ ก็คือการที่ผู้ซื้อต้องการสื่อสารกับผู้ขาย และผู้ซื้อต้องการทราบพฤติกรรมผู้ขาย
แต่ผู้ซื้ออาจจะลืมไปว่า เรื่องเวบบอร์ด มันสามารถแต่งเรื่องราวได้ หลอกกันได้ ถ้าผู้ขายหัวหมอขึ้นมา และมีความรู้คอมนิดหน่อยกันผิดพลาด
เช่น ถ้าผู้ขายโพสต์เอง ชงเอง ก็ทำได้ง่าย ๆ หรือหากมีการตำหนิ ก็ลบทิ้งทันที ก็ทำได้ง่าย ๆ เช่นกัน
อีกทั้งหากมองในมุมของผู้ขาย การมีเวบบอร์ด และ email มันคือการ double งานซ้ำซ้อน ทำให้คุณมีช่องทาง 2 ช่องทางซ้ำกันโดยไม่จำเป็น
คุณต้องเหนื่อยตอบทั้งเวบบอร์ด และทั้ง email แถมยังต้องเสี่ยงกับความเห็นแง่ลบอีก
อีกทั้งที่สำคัญที่สุด คือ หากเวบบอร์ดคุณโล่ง และไม่ค่อยมีคนเข้ามา แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว
มันจะทำให้เวบไซท์คุณดูเงียบเหงา ไม่ต่างอะไรกับร้านค้าในโซนพลุกพล่าน แต่ในร้านโล่งไม่มีคน … ลูกค้าจะรู้สึกอย่างไร

หากผู้ขายอยากโชว์คำชม คำ like จากลูกค้าเก่า … คุณสามารถเอาข้อความใน email มาสร้าง Testimonial page ได้
หากผู้ขายต้องการสื่อสารกับลูกค้า คุณควรเริ่มจากข้อมูล description และนอกเหนือจากนั้น คือการติดต่อทาง email
การติดต่อทาง email หรือโทรศัพท์ มันมีข้อดีเหนือ webboard อย่างหนึ่ง คือคุณสามารถกรองลูกค้าได้ในระดับที่สูงกว่า webboard
ทำให้พอมั่นใจได้ว่า เปอร์เซ็นต์ความต้องการสินค้าของลูกค้าที่ถ่อ email มาหาคุณ จะต้องมีมากกว่าลุกค้าที่แค่คลิ๊กถามใน webboard แน่นอน
และข้อมูลอะไรที่ลูกค้าถามบ่อย ๆ ทาง email หรือ โทรศัพท์ จะเป็นตัวบอกคุณว่า สิ่งที่ คือสิ่งที่คุณต้อง update เข้าไปใน description

ข้อดีคือ “มันจะประหยัดเวลาให้คุณได้ มาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ และจะทำให้ % การซื้อสูงขึ้นในขณะที่คุณจะเหนื่อยในการติดต่อ น้อยลง”

online website ที่ perfect คือ online website ที่มีครบทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องติดต่อผู้ขาย
ในวันที่คุณมีลุกค้าเดือนละ 20-30 ราย คุณอาจจะยินดีรรับโทรศัพท์ ตอบเวบบอร์ด …
แต่ถ้าคุณมีลูกค้าซักเดือนละ 100-200 ราย … คุณจะเอาเวลาที่ไหนไปรับโทรศัพท์ เอาไปตอบเวบบอร์ด เวลาคุณจะไม่เหลือ

สร้างเวบไซท์ของคุณให้เป็น sale มืออาชีพซะ
เพิ่มข้อมูลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น รูปสินค้า ข้อมูลประกอบ การชำระเงิน วิธีการจัดส่ง การรับประกันสินค้า ให้เคลียร์ เพื่อลดการติดต่อระหว่างกันให้มากที่สุด
แล้วคุณก็จะประสบความสำเร็จกับ e-commerce เอง

จากคุณ : Morning Star
เขียนเมื่อ : 1 มี.ค. 55 12:06:44

ความคิดเห็นที่ 26

อยากได้ลูกค้าที่ยอมเปิดอ่านทุกอย่างแบบที่ข้างบนบอกจังเลย

ของเราก็ไม่ได้เปิดให้สั่งซื้อทางบอร์ดนะ แต่อนุญาตให้โพสบอร์ดได้

อยากระบายในจุดที่ว่า ลูกค้าชอบไปเชื่อใจเวบที่โชว์คำชมในบอร์ดเยอะๆ

เพราะเคยสั่งกล่องอยู่สองเวบ ผิดหวังมากทั้งสองแห่ง แต่คนอวยเยอะ แถมมาแก้ตัวแทน

อยากได้คำตอบรับว่าพัสดุไปถึงแล้วก็พอ ส่วนคุณภาพมันดาบสองคม ถ้าคนอ่านมาตรฐานสูงกว่าคนชม คนขายจะปวดสมองเอา

จากคุณ : รินบุญญา
เขียนเมื่อ : 1 มี.ค. 55 12:15:08

ความคิดเห็นที่ 27

เข้าใจเลยค่ะเพราะเราก็เป็นเหมือนกัน แต่โชคดีไม่ค่อยโดนลูกค้าว่า แต่ที่เบื่อจะเป็นคนที่ไม่ใช่ลูกค้าแต่เข้ามาโพสป่วนประมาณว่าของเราแพง ที่อื่นถูกกว่าแต่เราตอนแรกก็ลบโพสทิ้งขี้เกียจเรื่องยาว แล้วเค้าก็ไม่จบเข้ามาโพสอีกประมาณว่ากลัวเหรอ ขายแพงจริงสิถึงต้องลบโพสคราวนี้เราเลยต้องตอบกลับประมาณว่าเราไม่ได้กลัวแต่เราไม่อยากต่อกรกลับคนที่ไม่ได้ตั้งใจเป็นลูกค้าเรา แต่ต้องการแกล้งเราเพื่อวัตถูประสงค์อื่น หลังจากนั้นเค้าก็เงียบไปเลย โพสนั้นก็มีลูกค้าอ่านเยอะแต่ลูกค้าก็เข้าใจเพราะของเรามีหลายอย่างหลายราคา บางตัวถูกกว่า บางตัวแพงกว่า แล้วแต่ราคาทุนที่ได้มา
เป็นกำลังใจให้พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ทุกคนนะค่ะ

จากคุณ : molpas (molpas)
เขียนเมื่อ : 1 มี.ค. 55 12:30:03

ความคิดเห็นที่ 28

เจ้าของกระทู้เองค่ะ ^^

เข้ามาแจกกีบให้ทุกๆ ท่าน เนื่องจากเดือนที่แล้วใช้เปลืองไปหน่อย หมดตั้งแต่ยังไม่
สิ้นเดือน 5555

เว็บบอร์ดร้านก็มีลูกค้าเข้ามาเขียนชมบ้าง บางท่านปลื้มมากก็รีวิวให้ยาวเหยียด
แต่ส่วนใหญ่จะเมล์ชมกันในทางลับ คือ ส่งอีเมล์ หรือโทรมามากกว่าค่ะ

การมีเว็บบอร์ดมีข้อดีมากกว่าข้อเสียค่ะ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเข้ามาอ่านในเว็บบอรด์
เพื่อดูว่า ร้านนี้ยังเปิดขายอยู่หรือเปล่า มี Feed back จากลูกค้ายังไงบ้าง เว็บบอร์ด
ร้านก็คึกครื้นดีค่ะ แต่ถ้าช่วงไหนเงียบๆ ก็นั่งเขียนเอง ขำเอง คุยกับตัวเองไปตามเรื่อง

สำหรับเรา การจะปั้นให้เว็บไซด์ติดตลาดได้ก็ว่ายากแล้ว แต่การจะรักษาคุณภาพ
และการบริการให้ดีเหมือนในวันแรกๆ ยิ่งยากกว่า….มากๆๆๆ

ขอเป็นกำลังใจให้แม่ค้าหญิงเหล็ก….และพ่อค้าชายอึดทุกท่านนะค่ะ

สู้ต่อไป….จีบัน ^^

จากคุณ : สกุลลัน (สกุลลัน)
เขียนเมื่อ : 1 มี.ค. 55 13:42:28

ความคิดเห็นที่ 29

ผมก็เคยถูกชม และติครับ
ตอนแรกที่มีคนชมก็ปลื้มเลย (มีคนชมด้วย) ชมออกเว็บพันทิปเลยบังเอิญไปเปิดเจอ
แต่พอโดนติ ติในเว็บบอร์ดของเราเอง มันก็ค้างอยู่อย่างนั้น อายก็อายแต่ด้วยสปิริต ไม่ลบครับ แต่ขอโทษขอโพยไป
ธรรมดาครับ ใครก็ต้องเจอต่อให้บริการดียังไงก็ต้องมีที่บกพร่อง แต่เราก็ต้องแคร์ลูกค้า และขอบคุณที่เขาติเพื่อก่อ
ผมจะขอโทษและขอบคุณที่เขา เห็นประโยชน์เราอยู่เขาจึงติ เพื่อให้เราพัฒนา
เขาเป็นกระจกส่องเราครับ เราก็ค่อยๆปรับแก้กันไป แต่ตอนนี้ผมเอาเว็บบอร์ดออกแล้วมันเละเทะมาก
พวกโฆษณา ไวรัส มันทำเละ ลบทิ้งเลย ทีนี้จะติจะชมก็บอกกันตรงๆ หรืออีเมล์

สำหรับผม ลูกค้า อาจจะไม่ใช่พระเจ้า แต่เขาให้เงินเรา และควดหวังจะได้สินค้าและบริการที่เหมาะสม
เราจึงต้องแคร์ลูกค้า เวลาโกรธจะคิดกลับกันถ้าเราเป็นลูกค้า เราต้องการอะไร ถ้าคิดไม่ออกก็ถาม

จากคุณ : นะ จัง งัง
เขียนเมื่อ : 1 มี.ค. 55 14:38:19 A:180.214.210.132 X: TicketID:330420

ความคิดเห็นที่ 30

ตั้งแต่เป็นแม่ค้าออนไลน์มา 2 ปีกว่า
มีอยู่เคสนึงที่คาใจ ขอเล่าละกันนะคะ

มีลูกค้ารายนึงมาสั่งซื้อสินค้าเราไปจำนวน 1 ชิ้น
มูลค่า 300 บาท ทุกอย่างก็จัดการส่งไปเรียบร้อย
วันดีคืนดี หลังจากส่งของไปประมาณ 2 อาทิตย์
สินค้าถูกส่งกลับมาที่บ้าน หลังจากได้รับสินค้าที่ตีกลับมา 2-3 วัน
ลูกค้าก็เมล์มาบอกขอคืนสินค้า โดยไม่บอกไม่กล่าวล่วงหน้า
ไม่ให้เหตุผลใดๆ และยืนยันขอเงินคืนอย่างเดียว

รู้สึกอึ้งมาก ตั้งแต่เปิดร้านมาไม่เคยเจอ
แต่เราไม่ได้ทำอะไรผิด สินค้าไม่ได้ส่งผิด
สินค้าไม่ได้มีตำหนิ เสียหายแต่อย่างใด
เราแจ้งนโยบายการรับคืนสินค้าไปว่า
เราจะรับผิดชอบหากสินค้ามีตำหนิ ชำรุดเสียหาย
(ซึ่งเราชี้แจ้งนโยบายอย่างชัดเจนอยู่แล้ว)
แต่กรณีนี้ไม่เข้าเกณฑ์ จึงยืนยันว่าคืนไม่ได้

ถึงเราจะไม่ผิดแต่ก็หวั่นใจ กลัวว่าจะโดนใส่ร้าย
ไม่รู้ว่าเราตัดสินใจถูกหรือผิด แอบนอยด์นะเนี่ย -*-

จากคุณ : แม่มดจี๊ดจี๊ด
เขียนเมื่อ : 1 มี.ค. 55 20:35:41

ที่มา : http://www.pantip.com