Menu Close

แบ่งปันประสบการณ์ขายของออนไลน์ กับการนำหลักการ 4P มาปรับใช้

ตู้เติมเงินมือถือ สมหวัง

ไปเจอกระทู้ดีๆ ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการขายของออนไลน์ และการพัฒนาวิธีการขายของออนไลน์มาอีกแล้วค่ะ

เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเปิดร้านค้า หรือขายไม่ดี หรือกำลังตัน

เก็บเกี่ยวไอเดีย จากประสบการณ์พัฒนาธุรกิจ และเทคนิคการขายของคนอื่นๆ ก็ให้แนวทางเราได้ดีเหมือนกันนะคะ

หลังจากการนำหลักการ 4P มาปรับใช้กับงานขายออนไลน์

เมื่อวานยอดคนเข้าชมเวปสูงสุดในรอบ 3 เดือน
จากช่วงแรกที่กราฟผู้เข้าชมเวปเริ่มพุ่ง เสียงโทรศัพท์ลูกค้าก็จะทยอยเข้ามาเรื่อยๆ
ยอดขายก็พลอยสูงตาม
เริ่มมีลูกค้าที่ซื้อสินค้าไปแล้วกลับมาสั่งเพิ่มแล้วครับ ลูกค้าใหม่ๆก็มีบ้าง

จริงๆแล้วยอดขายกับจำนวนผู้เข้าชมเวปก็ไม่ได้เยอะอะไรมากหรอกครับ
แต่รู้สึกว่ามันมีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากเดิม ก็ดีใจครับ รู้สึกเหมือนกับว่าเรามาถูกทางแล้ว
จากเดิมไม่ได้สนใจหลักการตลาดเลย อาศัยศึกษาในห้องสีลม
หลายๆท่านที่ตั้งกระทู้ดีดี ก็ศึกษาแล้วลองนำมาปรับใช้ดูครับ

โดยเฉพาะหลักการ 4P = Product+Price+Place+Promotion

ทำให้แนวทางการค้าขายดูมีเป้าหมายและแนวทางที่ชัดเจนขึ้น
ที่สำคัญคือ ทำให้ผมรู้จักตัวเองมากขึ้นครับ

จากคุณ : single_club
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 07:04:44

ความคิดเห็นที่ 4

ตอนนี้กลับมาอยู่ต่างจังหวัด นั่งทำ SWOT อุปสรรคของเราเล่นเอาแทบร้อง เพราะบ้านเราไม่มีอินเตอร์เน็ต ทั้งๆที่ห่างจากอำเภอไม่กี่กิโล ในจังหวัดที่ไม่ไกลกรุงเทพ

ตอนนี้เปลี่ยนทั้งสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย แต่ยอดขายและผลกำไรกลับเป็นไปอย่างดีและมีแนวโน้มดีขึ้น

อาศัยการวางแผนและการจัดการที่ยุ่งกว่าแต่ก่อนหน่อย แต่น่าพอใจ อาศัยสมาร์ทโฟนและเอดจ์เอื่อยๆก็โอเคอยู่ค่ะ

เป็นกำลังใจให้ชาวอีงอมเมิร์ซทุกคนนะคะ >.,<

จากคุณ : PiG A Pui
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 08:49:29

ความคิดเห็นที่ 6

คุณ PiG A Pui ลองดูพวก 3G, airnet เป็นทางเลือกครับ

จากคุณ : 50cc
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 09:35:46

ความคิดเห็นที่ 7

ตอนนี้ยังไม่ได้ทำเว็บอย่างเป็นทางการเลยค่ะ เพราะอุปสรรคอย่างที่บอกน่ะค่ะ ตอนนี้ขายในพันทิพนี่หล่ะค่ะไม่ใช่อื่นไกล ของลงใหม่อาทิตย์ละครั้ง ไม่เกิน 2 วัน หมดทุกทีต้องวิ่งหาของ T_T ลูกค้าน่ารักจริงๆ เริ่มมีลูกค้าที่เพื่อนแนนะนำมานอกพันทิพเริ่มถามหาเว็บไซต์อยู่

ขอบคุณมากนะคะเรื่อง aircard แหะๆ แม่ค้าทำพังไปด้วยความซุ่มซ่าม ตอนนี้กำลังคิดแล้วก็วางแผนเรื่องเว็บกับเรื่องสินค้าอีกตัวน่ะค่ะ
คิดเสร็จแล้วคงว่ากันอีกทีน่ะค่ะ แหะๆ

ขอบคุณทุกคนนะคะ มีอะไรมาแบ่งปันคุยกันเน้อ

จากคุณ : PiG A Pui
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 10:23:36

ความคิดเห็นที่ 8

แอบอิจฉาคุณ #PiG A Pui นิดๆ ได้กลับไปอยู่บ้านละ
นั่นคือเป้าหมายผมเลยล่ะ แต่ถ้ากลับตอนนี้มีหวังกินแกลบแน่ๆ

อย่างที่บอกตอนต้นยอดขายกับจำนวนผู้ชมเวปก็ไม่ได้มากมายเท่าไหร่หรอกครับ
แต่ผมรู้สึกได้ว่าตั้งแต่นำหลักการ 4P มาใช้ ทำให้ผมเข้าใจตัวเอง+สินค้าที่ขายได้ดีขึ้น

ส่งผลให้สินค้าผมพอเป็นที่รู้จักกับคนทั่วไป มีคนสนใจ มียอดการสั่งซื้อเข้ามาบ้างน่ะครับ
เมื่อวานนี้เพิ่งมียอดผู้เข้าชมสูงสุดในรอบ 3 เดือนตั้งแต่เปิดร้านมา
เลยคิดว่าน่าจะมาถูกทางแล้วล่ะ

ถือว่าเป็นการแชร์ข้อมูลแล้วกันนะครับสำหรับร้านค้าออนไลน์เล็กๆของผม

จากคุณ : single_club
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 11:02:50

ความคิดเห็นที่ 9

เคยมีสมาชิกท่านนึงเคยอธิบายไว้เกี่ยวกับหลักการนี้
และผมได้อ่านทำความเข้าใจและนำมาปรับใช้ในการขายสินค้าในร้านดังนี้ครับ

หลักการ 4P = Place+Product+Price+Promotion

P ตัวแรก = Place
เริ่มมาจากที่ผมมีสินค้าทำเองอยู่แล้ว คิดว่าไปตั้งโต๊ะหรือวางขายแบกะดิน
นั่งเฝ้าร้านตลอดคงทำไม่ไหว นั่งเฉยๆปวดขา ใหนจะค่าเช่าที่รายวันอีก
แล้วถ้าผมมีกิ๊กชวนไปดูหนังล่ะ? ผมก็อดขาย ขาดรายได้
เลยคิดหาทางขายสินค้าทางเน็ต จากที่ไม่เคยสนใจก็เริ่มศึกษาไปเรื่อยๆว่าจะลงกับเวปใหน
เปรียบเทียบโปรจากหลายๆเวป ก็ตกลงใจที่เวปๆนึง
ที่ตัดสินใจเลือกเวปนี้คือสมาชิก และจำนวนผู้เข้าชมเวปสูงกว่าหลายๆเจ้า
ความน่าเชื่อถือสูงน่าจะช่วยให้ลูกค้าสามารถหาเวปผมเจอในอันดับต้นๆ ของพี่ gu…ได้
หรืออย่างน้อยพี่ gu… ไม่ช่วย ลูกค้าที่เข้าเวปเจ้านี่น่าจะหลุดรอดมาดูสินค้าในร้านผมซักรายเหอะน่า
หลังจากสมัครโปร+ทำ SEO แบบบ้านๆไม่นาน Keyword ผมก็สามารถขึ้นไปอยู่ในหน้า 3 ของพี่ gu… ได้
บางคีย์สามารถอยู่ในหน้า 1 ได้ …อิอิ ไม่ต้องเสียตังก์จ้าง

จากคุณ : single_club
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 11:06:14

ความคิดเห็นที่ 11

P ตัวที่ 2 = Product
หลังจากเปิดเวปขายสินค้าผ่านไป 1 เดือน มีผู้เข้าชมบางวันก็นับนิ้วได้ (อายจัง)
ที่สำคัญคือไม่มีออเดอร์เข้ามาเลย เลยถือโอกาสปลอมตัวเป็น 007 ไปดูตามร้านคู่แข่ง 3-4 เจ้า
สรุปได้ว่าสินค้าที่ผมทำขายตามที่ผมคิด มันแค่อิงกระแส…ไม่ดึงดูดลูกค้า
ผมจึงทำสินค้าเพิ่มตามแนวคู่แข่ง คิดต่างไปจากแบบเดิมๆที่ผมเคยคิดมันดีกว่า น่าจะขายได้ดีกว่า(แต่แป๊ก)
รวมทั้งทำเพิ่มอีก 2 แนว เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้ลูกค้าที่เข้ามาดูสินค้า
สิ้นเดือนแรกเป๊ะ มีลูกค้าสั่งสินค้าเข้ามา รายได้ก้อนแรกของชีิวิตการขายสินค้าออนไลน์ 125 บาท

จากคุณ : single_club
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 11:28:25

ความคิดเห็นที่ 13

เราเป็นแม่ค้าออนไลน์ รุ่นลายคราม ปีนี้ขายมาเป็นปีที่ 9 แล้ว และจะบอกว่าตลอดเวลา 8 ปีที่ผ่านมาเรา ไม่เคยทำงานประจำเลย เพราะ เป็นแม่บ้านอยู่ต่างประเทศ เลี้ยงลูกไปด้วย ขายของออนไลน์ไปด้วย มีเงินเป็นกอบเป็นกำกว่า หัวหน้าครอบครัวอีก เพียงแต่ ขอให้หาสินค้าที่ คนสามารถกลับมาซื้อซ้ำได้ เพราะการขายสินค้าที่คนกลับมาซื้อซ้ำ ทำให้เราได้ลูกค้าประจำ ตัวนี้แหละที่จะทำให้เรา อยู่ตัว และขายได้ยาวนาน

ส่วนเคล็ดลับที่ว่า ทำอย่างไร ถึงได้ขายได้นานขนาดนี้ โดยที่ลูกค้าคนเก่ายังซื้ออยู่ คนใหม่ก็มาลองซื้อเรื่อยๆ มันก็มีหลัก ตัว หลักการ 4P = Product+Price+Place+Promotion ตัวนี้แหละที่ทำให้ สินค้าของเราไม่ตายไปตามกาลเวลา

เราต้องคอยสังเกตุ การเข้าเว็บ การตัดสินใจซื้อของลูกค้า ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้เขาตัดสินใจเร็วขึ้น แพ็คเก็จสวย ราคาถูก หรือ โปรโมชั่นโดนใจ หรือ มีสินค้าให้เลือกเยอะ คือ ถ้าใครเข้าเว็บเรามาแล้ว อย่างน้อยต้องมีซักอย่งที่เขาโดนใจ และทดลองซื้อ

การกลับมาเป็นลูกค้าประจำ แสดงว่าเขาถูกใจเว็บเราเข้าแล้ว ไม่ P ตัวใดก็ตัวหนึ่ง ถึงจะขายออนไลน์ แต่ อย่ามองข้าม 4P นี้มันได้ผลจริงๆ

จากคุณ : amonwan
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 13:38:14

ความคิดเห็นที่ 14

ค่อยยังชั่ว ได้งีบซักหน่อยหายง่วงเป็นปลิดทิ้งเลย
หลังจากนั่งทำไฟล์งานต้นแบบยันเช้าเลยครับ

ขอบคุณ #amonwan แม่ค้ารุ่นลายครามที่ช่วยมายืนยันหลักการนี้ และให้ความรู้เพิ่มเติมแก่น้องๆทุกคนครับ

เคสของผมเป็นแค่ตัวอย่าง แนวทางที่ผมยึดถือในการทำงาน ไม่ได้คิดว่าของตรูดี ของตรูเจ๋งลูกค้า ลูกค้าเพียบ
ตรูทำแล้วประสบความสำเร็จอย่างนั้นไม่ใช่นะครับ อยากให้ดูหลักการที่ผมยึดถือคือ 4P นั่นเอง

P ตัวที่ 3 = Price
ราคาตัวนี้ผมพยายามเกาะราคากลางส่วนใหญ่ที่เค้าขายกัน มีราคาพิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งไปขายต่อทีจำนวนเยอะๆ
แต่มีเงื่อนไขที่ผมคิดเองเร็วๆนี้ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกท้าทาย กำลังเจรจาอยู่เจ้านึง อิอิ นั่นคือ

สั่งซื้อ 1X ก็ได้ราคาหน้าร้านปกติ
สั่งซื้อจำนวน 2X ลดราคาให้ระดับนึง
แต่ถ้าสั่งซื้อจำนวน 3X ยิ่งลดราคาให้เยอะกว่า

ทั้งๆที่ราคาส่งคู่แข่งถ้าสั่งซื้อในระดับ 2X หรือ 3X ก็ได้ราคาเท่ากับ 3X อยู่แล้ว
ผมคิดว่าเพียงแค่เพิ่มเงื่อนไข 2X ขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าเปรียบเทียบ
ถ้าลูกค้าเลือก 2X ผมก็ได้กำไรกว่าปกติอีกหน่อย อิอิ

จากคุณ : single_club
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 15:36:08

ความคิดเห็นที่ 15

P ตัวที่ 4 = Promotion
ตอนนี้งดไปก่อน หลังจากแป๊กตั้งแต่แรกตอนเปิดร้านใหม่ๆพร้อมกับโปรโมชั่น
ลด แลก แจก แถม ผลปรากฏว่า ลูกค้าเงียบ… แป๊ก!! ไม่เป็นท่า 555

————– จบแล้วครับประสบการณ์ 4P ของผม ——————–

จากคุณ : single_club
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 15:41:38

ความคิดเห็นที่ 16

มีเคล็ดลับอีกตัวสำหรับ p=price. คือยืดหยุ่นได้ หน้าเว็บลูกค้าทุกคนเห็นราคาเดียวกัน แต่หลังร้านมียืดหยุ่นสำหรับลูกค้าประจำ ลูกค้าขายส่ง ซึ่งลูกค้าแต่ละรายอาจจะได้ราคาไม่เท่ากันซึ่ง จะรู้เฉพาะลูกค้ากับแม่ค้าเท่านั้น ว่าคนใหนได้ราคาใหน จะทำให้ลูกค้าเหล่านี้กลายเป็นลูกค้าประจำ แต่ไม่ใช่ลดจนตัวเองขาทุน เรายังคงมีกำไรขั้นต่ำท่ตั้งไว้ ส่วนลูกค้าขาจรก็จะได้ราคาหน้าเว็บ

จากคุณ : amonwan
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 17:15:56

ความคิดเห็นที่ 17

ขอแจมหน่อยนะครับ ผมก็พ่อค้าคนหนึ่ง ขายมาทั่วประเทศแล้ว ยอดเป็นล้านก็มีคน

โอนมาให้แล้ว ไม่กลัวเรานี้ เพราะการตลาดเราดี คนมั่นใจ100% ไม่เคยโกงใครแน่

นอนเป็นความซื่อสัตย์เป็นรากฐานของการขายทางเน็ทอย่างอื่นค่อยว่ากันที่หลัง

p ที่สำคัญมากอย่างหนึ่งคือ Product เพราะสินค้าไม่กับความต้องการของตลาดก็ขาย

ยาก และควรหาสินค้าที่หายาก ตามต่างจังหวัด เพราะลูกค้าส่วนหนึ่งจากต่างหวัดเขา

หาซื้อยากหรือถ้าอยู่ภาคใต้ ออกจากบ้านไม่ได้ก็มี ตัวอย่างคราวๆ

หลักการตลาดดูที่นี่ก็ได้ครับ

http://www.nanosoft.co.th/maktip01.htm

เเบ่งปันกัน e-commerce ไทยจะได้ก้าวไกล

จากคุณ : วูฟเวอร์รีน
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 17:43:24 A:125.25.152.226 X: TicketID:227055

ความคิดเห็นที่ 19

ขอแจมบ้าง เพราะคิดว่ากระทู้นี้เป็นประโยชน์จริงๆ 4P เคยร่ำเรียนมาเก่าแค่ไหนเราว่าพื้นฐานแล้วมันช่วยได้จริงๆ แม้ว่าตอนนี้จะมีหลักการตัวย่อต่างๆตามมาเยอะแยะก้อเถอะ

Product : สินค้ามีความหลากหลาย คุณภาพดี หายากลูกค้าไปซื้อในห้างหรือตลาดนัดไม่เจอของสิ่งนี้

Price : ราคา สำหรับเราต้องดูพฤติกรรมของลูกค้า จริงๆพูดง่ายๆคือ สินค้าของเราเป็นยังไงการตั้งราคาก้อต้องควบคู่ไปด้วยและมีองค์ประกอบคือกลุ่มลูกค้าเป็นตัวเสริม ในการตั้งราคา เช่น สินค้า A คุณภาพดี หายาก ลูกค้าถามหาเยอะ ลูกค้าวัยทำงาน ก้อตั้งราคาสูงกำไรดี ไม่ตั้งราคาลงท้ายแลข 9 หรือเลขอื่นๆ เช่น 199 123 บาท เป็นต้น ราคาต้อง 200 3800 เป็นต้น เพราะสินค้าที่มันเลขไม่เต็มบ่งบอกว่าเป็นสินค้าคุณภาพปานกลางถึงต่ำ คนไทยคุ้นตา เสื้อ 199 รองเท้า 299 เป็นต้น…สินค้าคุณภาพดี ตั้งราคาต่ำ คนก้อจะคิดว่ามันไม่ดีหรอก

นโยบายหลักเรื่องราคาของร้านเราคือ หาของใหม่แล้วตั้งราคาก่อนเลย เอาที่กำไรงาม ซักพักก้อจะมีร้านอื่นขายตาม แน่นอนมาตัดราคาร้านเราเพราะ margin มันมีเยอะ เราจะลดราคาตามเขาก้อได้เพราะกำไรเราเก็บมาเยอะแล้ว แต่เราจะไม่ไปตัดราคาเขาอีก เพราะลูกค้าเก่าที่ซื้อของแพงไปแล้ว จะเคือง และ ราคากลางของตลาดเซฟตัวเองที่สุด ลดมากไปกำไรน้อย หรือเกือบเข้าเนื้อ นอนดูทีวีเฉยๆดีกว่านะ เราคิดแบบนี้…

*แก้ไขคำผิด

แก้ไขเมื่อ 23 ก.พ. 55 18:58:29

จากคุณ : Thundergirl
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 18:56:09

ความคิดเห็นที่ 20

จริงๆ เนื้อหาแต่ละ P มีมียิบย่อย แตกแขนงไปอีกเยอะเลย เอาแบบทั่วไปก่อนนะคะ ไม่งั้นยาวมากกกจะเบื่อกันป่าวๆ

Place : – ขายทางอินเตอร์เน็ท แน่นอนการขายทางอินเตอร์เน็ทถือเป็น สถานที่ขายของอย่างหนึ่งเหมือน ขายในห้าง หรือ ตลาดนัด ก้อถือเป็นสถานที่ขาย/จัดจำหน่าย ต่างที่ ก้อต่างมุมมอง การรับรู้ของลูกค้า การขาย online ก้อมีหลายแบบ เช่นการขายในเวบที่ทำเอง กับการขายในเวบแบบเช่าพื้นที่ ขายใน Facebook ขายในเวบบอร์ด เป็นต้น ซึ่งการรับรู้ของลูกค้าก้อต่างกันไป ขอพูดเรื่องการขายในเวบแบบเช่าพื้นที่นะคะ เพราะเราขายแบบนี้ เรามองว่า การเช่าพื้นที่เวบใดๆซักเวบหนึ่ง ก้อถือเป็นการเลือกทำเลในการประกอบกิจการเหมือนกัน ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่งว่างั้น ซึ่งก้อจริงๆนะ เพราะเวบที่การจราจรหนาแน่น เหมือนทำเลดีอยู่ในย่านการค้า ย่อมดีกว่า ทำเลในย่านชานเมือง ถนนลูกรังว่ามั้ย การตกแต่งเวบก้อเป็นการดึงดูดความสนใจลูกค้าได้เหมือนกัน แต่บางร้านสวยมากแต่ก้อไม่อยากซื้อ ก้อมีนะ ดูหลายๆอย่างเป็นองค์ประกอบ แต่สวยไว้ก่อนย่อมดีกว่า
– สำหรับเรา Place อีกอย่างหมายถึงการวางตำแหน่งของร้าน หรือ Positioning ร้านคุณกลุ่มเป้าหมายคือใคร กำลังซื้อเป็นยังไง นโยบายร้านเน้นของถูกๆ คุณภาพกลางๆ อะไรก้อว่าไป การตกแต่งร้านหรือแพคเกจร้านก้อบ่งบอกด้วยนิดนึงนะคะ เช่น เปิดร้านแบบใช้ฟรี เหมือนทดลองระยะสั้น ก้อเน้นขายของแบบลดแลกแจกแถม ของที่เน้นปล่อยไวๆหน้าเวบไม่ต้องสวย สีฉูดฉาดลูกค้าวัยรุ่น เด็กแนวชอบก้อว่ากันไป การตั้งราคาสินค้าก้อต้องดั้มพ์เข้าไว้ พูดง่ายๆตัดราคาเวบอื่น ขายซักพักก้อไป…เหอะ อันนี้อย่าทำเลยค่ะ

Promotion นอกจากการ ลด แลก แจก แถม เพื่อกระตุ้นยอดขายระยะสั้น / ระยะยาวแล้ว ข้อนี้สำหรับเรารวมถึงการทำ seo ด้วยค่ะ หลักการคือ ต้องเข้าใจสินค้าของคุณ เลือกใช้ Key word ขยันโพสท์ และ ขยันหาแนวทางใหม่ๆ …ถ้ามีทุนก้อทำ adwords ก้อได้ค่ะ ถ้าไม่กลัวคู่แข่งกดเล่นนะคะ ^ ^

จากคุณ : Thundergirl
เขียนเมื่อ : 23 ก.พ. 55 19:25:08

ความคิดเห็นที่ 22

P ตัวที่ 3 = Price ผมใช้วิชาเศรษฐศาสตร์ หาจุดกลางที่ลูกค้ายอมรับราคาได้

และดูจากคู่แข่ง

รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ทำ SWOT จะได้รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเอง

ส่วนตัวเคยแข่งกับคู่แข่งที่น่ากลัวแข็งแกร่งกว่าเราตลอด แต่ในที่สุดก็ชนะแบบขาดลอย

ด้วยการตลาดแบบคิดเองทำจริงซื่อสัตย์ ดังที่ว่าระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน

จากคุณ : วูฟเวอร์รีน
เขียนเมื่อ : 24 ก.พ. 55 09:47:07 A:101.51.170.229 X: TicketID:227055

ความคิดเห็นที่ 23

ขอเพิ่มเติม Place ให้นิดนึงนะครับ
อย่างที่หลายคนบอก Place ก็คือช่องทางการจำหน่าย เราขายของบนเวป ช่องทางออนไลน์จบ
แต่ลึก ๆ แล้วมันไม่ใช่แค่นั้นนะครับ อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายร้านสายที่เชื่อมโยงต่อกันได้จนคุณคาดไม่ถึง
ดังนั้น ไม่ใช่แค่คิดว่าฉันจะขายของหน้าเวป ก็จบกลยุทธ์ Place ถือว่าใช้ 4P ในข้อนี้ไม่ตรงจุด

ส่วนในกรณีของคุณ Thundergirl ไม่น่าจะใช้เรื่อง P.place แล้วนะ ถือว่าเป็น STP segment,target,position.

อยากรู้ว่าP.place บนโลกออนไลน์เป็นอย่างไร โปรดติดตามต่อไป…..

จากคุณ : mainlands (mainlands)
เขียนเมื่อ : 24 ก.พ. 55 14:49:25

ความคิดเห็นที่ 24

ตกใจอีกครั้งในรอบ 3 ปี ได้ขึ้นกระทู้แนะนำ เป็นครั้งแรกในชีวิต

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแนะนำ และให้ทรรศนะคติเพิ่มเติม ทำให้กระทู้ผมได้รับการโหวตจนขึ้นกระทู้แนะนำครับ

ประเด็นเรื่อง Place หรือที่อยู่เวปไซต์่ที่ใช้อยู่ ผมมองข้ามไปแล้วล่ะครับ
” ถึงจะมีการจราจรคับคั่ง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยปัญหาการจราจรติดขัด ปัญหาเฉี่ยว ชน ”

แต่ผมเชื่อว่าที่ร้านค้าเล็กๆของผมสามารถไต่อันดับแซงหน้าคู่แข่งบางเจ้าในโลกออนไลน์ได้
เพราะผมได้รู้จักกับ SEO (สาธุ! ขออย่าให้คู่แข่งรู้ตัวเลย 55)

เมื่อลองศึกษาจึงได้รู้ว่า SEo เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากๆ บางทีเราอาจทำอยู่โดยไม่รู้ตัว
บางอย่างเราก็สามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพามืออาชีพ

ตอนนี้เลยใช้ควบคู่กันไปทั้งหลัก 4P+SEO (แบบบ้านๆ)
รู้สึกสนุกไปกับหลักการตลาดแล้วครับ มีออกนอกเส้นทาง มีเป๋บ้าง
แต่ไม่ได้หลับหู หลับตาเดินเหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ

จากคุณ : single_club
เขียนเมื่อ : 24 ก.พ. 55 15:28:27

ความคิดเห็นที่ 25

Price ตัวนี้สำคัญ กำไรขาดทุนอยู่ตรงนี้ ผมไม่เคยฟาดฟันใครเลย เกาะกลุ่มเขาไปบางครั้งแพงกว่า ถูกกว่าบาง กลางๆ เพราะเราการตลาดดีไม่จำเป็นต้องลุยราคามาก นั้นคือข้อดีของการตลาด ควรศึกษาไว้ จะได้ไม่ต้องตัดราคากัน ราคาเว็บอื่นดูไว้เป็นเเนวทาง เราขายแพงกว่า ถ้าเขาพอใจเขาก็ซื้อ ผมส่วนใหญ่ลูกค้าพอใจ

จากคุณ : วูฟเวอร์รีน
เขียนเมื่อ : 24 ก.พ. 55 16:10:45 A:101.51.170.229 X: TicketID:227055

ความคิดเห็นที่ 27

การทำการตลาด ไม่มีใครสอนใครได้ เรียนรู้ด้วยตัวเองดีที่สุด อ่านให้เยอะเเล้วลืมให้หมด

คิดวิธีของตัวเองขึ้นมา จะเหมาะกับเรา พัฒนาตัวเองตลอดเวลา เราจะสู้ได้ทุกคน

ถ้าไม่ขนขวาย เราจะพ่ายแพ้ในที่สุด

จากคุณ : วูฟเวอร์รีน
เขียนเมื่อ : 24 ก.พ. 55 20:10:24 A:125.25.211.119 X: TicketID:227055

ความคิดเห็นที่ 28

“อ่านให้เยอะ แล้วลืมให้หมด” กดไลค์ครับ

จากคุณ : PoojeeChunn
เขียนเมื่อ : 25 ก.พ. 55 00:28:19

ความคิดเห็นที่ 29

เห็นด้วยกับคุณ วูฟเวอร์รีน

เราเองก็เปิดร้านออนไลน์ แค่ทำเล่น ๆ ปรากฏว่า เงินเดือนเริ่มแซงงานประจำ ทำให้เพื่อนที่ทำงานและ เพื่อนเราเอง ก็อยากทำบ้าง เราก็สอนเค้าทุกอย่างที่เค้าถามเพราะแยากให้เพื่อนมีรายได้พิเศษเพิ่ม ช่วยแต่งร้านให้เลยก็มี แต่ก็แป็กทุกร้านเลย
ความจริงมันอยู่ที่อะไร เราก็เคยนั่งคิดนะ คงเหมือนกับเราสอนผูหญิงคนหญิง ให้แต่งหน้า แต่งตัวได้ มีฮาวทูเยอะแยะ แต่ว่าเราไม่สามารถสอนให้เค้าสร้างเสน่ห์ได้ เพราะว่า เสน่ห์เนี่ยแหละที่มันจำเพาะจริง ๆ

จากคุณ : ถอดล๊อค
เขียนเมื่อ : 25 ก.พ. 55 09:44:50 A:61.90.10.124 X: TicketID:350249

ความคิดเห็นที่ 30

อ่านของแต่ละท่าน แล้ว มีแรง ขึ้นอีกเยอะเลย มีประโยชน์มากๆ

ของเรา ต้องเน้นสื่อสารเป็นหลัก เพราะลูกค้ายังความเข้าใจคลาดเคลื่อนกับตัวสินค้า

ทั้งที่เมืองนอกขวนขวาย หากันมาก
แต่เราก็อยากทำตลาดให้ไทยรู้คุณค่า ของของไทยก่อน

ขอกดไลท์ ให้คุณวุฟเวอรีน ด้วยค่ะ …

สู้วุ๊ย..

จากคุณ : chalaluck
เขียนเมื่อ : 25 ก.พ. 55 17:10:27

ความคิดเห็นที่ 31

ขอบคุณที่หลายท่านกดไลท์ให้ครับ ผมขายทางเว็บมา5ปีเเล้ว ยอดโตขึ้นทุกปี บอกยอด

ไปเดี๋ยวจะตกใจกัน หาว่าผมโม้อีก อินเตอร์เนทยังโตได้อีกนาน การรักษาชื่อเสียงและ

การตลาดเป็นเรื่องจำเป็นไม่ว่า sme e-commerce หรือใครๆที่ทำการค้า

เพราะเวลานี้tnternet ไปทั่วหมด คุณจะขายในเว็บนอกเว็บ ทำไม่ดีเขารู้หมด

ไม่เหมื่อนสมัยก่อน การสื่อสารไม่ดี ตอนนี้ใครทำดีกับยิ่งดีเป็นทวีคูณ ใครทำไม่ดีกับ

ลูกค้า ยิ่งกับเป็นทวีคูณเช่นกัน

หัวใจของการตลาดคือการทำให้ลูกค้าพอใจ จนซื้อสินค้าเราต่อเนื่องไปตลอด

ใครคิดวิธีทำอะไรได้ ไม่ผิดถ้าไม่ไปหลอกลวงลูกค้า ทำให้เขาพอใจจนเป็นลูกค้า

ประจำได้ นั้นก็คือการตลาด บริษัทใหญ่ๆ ขนคนไปช่วยน้ำท่วมคือการตลาด บริจ่ากเงิน

การกุศลก็คือการตลาดอย่างหนึ่งเพื่อภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร

ผมต้องขอโทษที่ต้องใช้บัตรผ่านเพื่อ สะดวกในการตอบ

ผมจะมาตอบในบอร์ดพันทิพย์เรื่อยๆ เป็นกำลังใจให้ทุก

ท่านครับ sme e-commerce

สู้ทุนใหญ่ ทุนต่างชาติได้

ขอบคุณมากครับ

จากคุณ : วูฟเวอร์รีน
เขียนเมื่อ : 25 ก.พ. 55 18:16:32 A:125.27.54.140 X: TicketID:227055

ความคิดเห็นที่ 33

“หัวใจของการตลาดคือการทำให้ลูกค้าพอใจ จนซื้อสินค้าเราต่อเนื่องไปตลอด”

ตัวนี้แหละค่ะ ใช่เลย ขอให้ทุกคนหา จุดนี้ให้เจอ แล้วยอดของคุณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

และหัวใจสำคัญของการขายออนไลน์ คือ ความซื่อสัตย์ ค่ะ ลูกค้าคนใหนชำระเงินมาแล้ว เขาจะต้องได้รับสินค้า ถ้าเกิดปัญหาต้องแก้ไข หาทางออก ของเสีย ของชำรุด ของสูญหาย ต้องแก้ปัญหาให้ได้ แล้วคุณจะได้ใจลูกค้าคนนั้นค่ะ

ของเรา ลูกค้าบางคนซื้อตั้งแต่ ปีแรกที่เปิดร้านนี่ ปีที่ 9 แล้ว ยังมาซื้ออยู่ ครั้งแล้วครั้งเล่า นับไม่ถ้วน ทั้งที่คู่แข่งผุดขึ้นมากมาย แต่เขายังไว้ใจเรา ยังซื้อขายกับเรา ทำให้เรายืนอยู่ตรงนี้ได้

สำหรับยอดขายของเรา ถ้าเราบอกเป็นตัวเลขคงตกใจกันเหมิอนกันนะคะ เลย ไม่ขอเอ่ย ตรงนี้ แต่ว่า ขายจนขอบัตรเครดิตการ์ด ได้บัตรplatinum card โดยที่แบงค์ไม่ขอหลักฐานอะไรเลย (แบงค์ต่างประเทศค่ะ) เขาดูแค่ยอดเงินเข้าออกบัญชี อาทิตย์เดียวอนุมัติเลย และเราก็ ถือ เครดิตแบงค์ตัวนี้เป็นบุญคุณกับเรามาก เราไม่เคยทำให้เครดิตเสีย เลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะมันช่วยให้่เราต่อยอดธุรกิจเราได้ในยามขับขัน

จากคุณ : amonwan
เขียนเมื่อ : 25 ก.พ. 55 19:08:20

ที่มา : http://www.pantip.com