Menu Close

ขายสินค้าออนไลน์แบบไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องสต็อกสินค้า จะเวิร์คมั้ย

ตู้เติมเงินมือถือ สมหวัง

ไอเดียขายสินค้าออนไลน์แบบจับเสือมือเปล่า เป็นพ่อค้าคนกลาง Dropshipping หรืออะไรก็ตามแต่จะเรียก เอาเป็นว่า เป็นการเปิดร้านค้าออนไลน์แบบไม่ต้องลงทุนซื้อของก่อน ไว้ให้ลูกค้าจ่ายเงินก่อน แล้วเราไปซื้อสินค้าแล้วส่งให้หลังจากได้เงินแล้ว มันเวิร์คมั้ย …

เป็นคำถามที่น่าสนใจ และคิดว่าหลายคนเคยคิดจะทำ หรือทำมาแล้ว

ลองไปอ่านความเห็นหลายๆ ความเห็นจากคนค้าขายออนไลน์กันค่ะ

เอ…ถ้าผมจะทำแบบนี้มันจะถูกต้องมั้ยครับ

เคยลงทุนแล้วเจ๊งมั้ยครับ
เจ๊งเพราะลงทุนซื้อของ
เพราะเราคิดว่าจะขายได้ดี
แต่พอทำแล้ว ขายไม่ออก
จมทุน ในที่สุดก็ต้องขายเลหลัง
และเจ๊งไป
ผมเคยเจ๊งเพราะจมทุนมาแล้ว3ครั้ง
ครั้งแรกเสื้อผ้า ครั้งที่สองนาฬิกา
ครั้งที่3 อาหาร
(เจ๊งเพราะเราทำไม่อร่อย ของขายไม่หมดเสียแล้วต้องทิ้งไป)

ผมมาคิดมาเป้นเดือนๆแล้วครับ
เราควรทำอะไรดีที่มันไม่ต้องมา”จมทุน”
จนวันก่อนผมไปเจอเพื่อนเก่าคนนึงสมัยเรียน
เขาขายกิฟช็อปครับ แต่ไม่ได้ลงทุนเอง
เขารู้จักกับเจ้าของร้านที่สำเพ็ง
ขอถ่ายรูป ลงเน็ท พอคนออเดอร์ โอนเงินมา
ก็กดตัง เอาเงินสดไปซื้อและไปส่งของที่ไปรษณีย์
ผมถามเขาว่า แล้วเขาให้ถ่ายรูปลงได้เหรอ
เพื่อนผมบอกว่า ได้ประโยชน์ทั้ง2ฝ่าย คือ win win กันทั้งคู่
มันแค่นั่งอัพเว๊บ เช๊กเมล ไม่ต้องลงทุนอะไร
แต่รายได้เข้าเป็นหมื่นๆ มันบอกมายังงี้นะ

ผมมานั่งคิด เออ เข้าท่าเว้ย
แต่ เราจะไปหาร้านขายส่งที่เขาจะยอมให้ถ่ายรูปป่าว
แล้ว ถ้าวันนึงเขาเกิดเปลี่ยนใจ ไม่ให้เราขายแบบนี้ขึ้นมา

อะโจทย์ตอนนี้สำหรับผมมีอยู่ว่า
ต้องขายอะไรโดยไม่จมทุน
นั่งคิดไปคิดมา
อยู่ๆก็คิดขึ้นมาได้

ชั้นตอนมีดังนี้ครับ

-ไปหาร้านออนไลน์ที่เขาขายของราคาส่ง ในราคาปลีก ขายอะไรก็ได้

-ร้านนั้นต้องขายถูกกว่าร้านออนไลน์อื่นๆ

-ผมจะเปิดร้านออนไลน์สินค้าสัก2-3เว๊บ

-เมื่อคืนผมไปเจอ ตุ๊กตาบลายราคาถูกกว่าในตลาด สามารถมาบวกราคาได้500ถึงหลักพัน ไปเจอเว๊บขายหนังดีวีดีแผ่นละ15 ซึ่งทั่วไปขาย20-25
เป็นต้น เจอ ฟิกเกอร์การ์ตูนที่สามารถบวกราคาได้ตัวละ30-50บาท

-ผมจะเปิดร้านออนไลน์สัก2-3ร้านที่ว่า โดยเราไม่มีสินค้าตุนไว้กับตัว ไม่ต้องลงของเอง

-วิธีการ คือ
1.ผมจะก็อปเอาภาพสินค้า ของเว๊บๆนั้นมาลงที่เว๊บร้านออนไลน์ของเรา แล้วบวกราคาให้เท่าๆกับร้านอื่น

2.เวลาคนมาซื้อ ผมก็ให้ลูกค้าโอนมาให้เรา

3.ผมก็จะหักค่าของ เช่นสินค้าราคา2000บาท เขาโอนมา2200 (ผมเอากำไร200สมมุตินะครับ) ผมได้แล้ว200 แล้วเราก็เอาเงิน2000นั้นไปซื้อของที่เว๊บๆนั้น ส่งชื่อที่อยู่ลูกค้าให้เขาไปส่งให้ลูกค้า
หรือ อย่างdvdหนัง ผมก็ลิสต์ชื่อเรื่องในเว๊บนั้นมาลงเว๊บเรา พอคนออเดอร์มา และเขาขาย15 เราขาย20 เช่นคนสั่ง50แผ่น ลูกค้าโอนมาให้ผม1000 ผมโอนไปที่เว๊บหลัก750 พร้อมส่งออเดอร์ให้เขาไรท์และจัดการส่งให้ลูกค้า โดยเราเท่ากับได้มาฟรีๆ250 โดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

4.ผมก็หาสินค้าออนไลน์จากหลายๆหมวดที่ขายถูกกว่าตลาดมาลงหน้าเว๊บ และ list website เอาไว้ว่าสินค้าอันไหนต้องติดต่อเว๊บอะไร

5.ดังนั้นผมจึงอยากจะขายอะไรก็ได้ นาฬิกา รองเท้า กระเป๋า gadget หนังdvd แค่เอามาลงโดยที่เราไม่ต้องลงทุนค่าสินค้าอะไรเลย

เอ…ถ้าผมจะทำแบบนี้มันจะถูกต้องมั้ยครับ

จากคุณ : ถาม
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 55 11:55:40 A:58.11.19.145 X: TicketID:353074

ความคิดเห็นที่ 1

ไอเดียดีค่ะ ยังไงลองทำดูก่อนเวิร์คไม่เวิรค์ยังไงเราก็ไม่ขาดทุน

แต่ในความคิดเรา ลูกค้าย่อมอยากได้ของที่ถูกกว่า หากเราเป็นลูกค้าเราย่อมไปซื้อร้านต้นทางดีกว่า(ระวังลายน้ำที่ติดมากับภาพนั่นแหละ จะนำทางไป) นอกจากจะได้ของถูก แล้วยังได้ของเลย ไม่ต้องรอคุณไปสั่งเขามาอีกที

และสุดท้ายคุณน่าจะลองมานั่งวิเคราะห์ดูว่าเพราะอะไรในการขายของของคุณถึงเจ๊งมาแล้วถึง2ครั้ง เอาข้อพลาดตรงนั้นมาแก้ไข ของเราเองก็เคยนะ เมื่อก่อนเปิดเว็บเสื้อผ้า แทบไม่มีลูกค้าเลย สุดท้ายก็ต้องปิดตัวไป และนำของพวกนั้นมาเลหลังขาย
ทุกวันนี้เราได้ประสบการณ์จากการขายครั้งนั้นแล้ว สิ่งที่เราพลาด คืิอ เพราะขาดการโปรโมทที่ต่อเนื่องและการทำSEO ซึ่งในตอนนั้นเราไม่รู้จักมันเลยด้วยซ้ำ

จากคุณ : moding
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 55 12:26:36

ความคิดเห็นที่ 2

คิดว่าน่าจะบอกเจ้าของเว็บที่เราจะไป coppy รูปภาพเค้ามาก่อนนะคะ เพราะถ้าไม่บอก เจ้าของเว็บอาจไม่พอใจที่เราไป coppy รูปมา

จากคุณ : Penskmon
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 55 12:26:40

ความคิดเห็นที่ 3

พ่อค้าคนกลาง หรือ จับเสือมือเปล่า

เป็นอะไรที่น่าสนใจและคลาสสิคครับ เราไม่ต้อง stock สินค้าเอง แถมขายส่งแล้วได้กำไรเยอะสุดๆ

แต่อย่าให้ลูกค้าคุณรู้แหล่งที่มาที่คุณไปรับโดยเด็จขาด เพราะนั้นจะเป็นจุดจบของอาชีพนี้จริงๆ

กรณีที่จะขายส่ง

โรงงาน ———-> <———- พ่อค้าคนกลาง (หน้าเว็บ) <———— กล่มลูกค้า

ข้อดี คือ 1. โรงงาน ไม่ต้อมานั่งเสียเวลาค่าใช้จ่ายทำการตลาดมากมาย พวกนี้อาจเป็นบ้านตามหมู่บ้านที่เปิดเป็นโรงงานเล็กๆ เช่น เย็บกระเป๋า เป็นต้น

2. พ่อค้าคนกลาง อย่างที่บอกไม่ต้องสต๊อกสินคาอาจจะเก็บไว้บ้างเล็กน้อย เหลือก็ขายปลีกได้อีก ที่สำคัญยิ่งหาโรงงานได้เยอะ ทำให้เรามีสินค้าขายทุกฤดู

3.กลุ่มลูกค้า ต้องการความสะดวกสบาย ไม่ต้องเสียเวลาตามหาโรงงาน เจอหน้าเว็บคุณมีของขายทุกอย่าง

ต่อยอดกันเอาเองละกันครับ ตรัส

จากคุณ : คุณพลรักพ่อ
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 55 13:00:38 A:101.109.184.116 X: TicketID:351591

ความคิดเห็นที่ 4

อันนี้คือ ภาพที่คุณวาดหวังไว้ค่ะ แต่ความจริืงคือ……

– ร้านค้าส่วนใหญ่จะหวงรูปสินค้าค่ะ ยิ่งเป็นสินค้าที่เขาผลิตเอง มันจะอินจนลืมเรื่องเงินไปเลยดังนั้นหากคุณไป Copy ภาพมา โดยที่เจ้าของร้านไม่รู้เรื่อง และถ้าเขารู้เรื่องขึ้นมา งานจะงอกอย่างแรง…มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นเยอะค่ะ ร้านที่เขาไม่หวงก็มี โดยเฉพาะสินค้าในทะเลแดงเช่น เครื่องสำอางค์ เราเห็นร้านค้าส่วนใหญ่จะไป Copy รูปจากในเว็บเกาหลีมาลง อันนี้จะง่ายหน่อย สั่งได้หลายร้าน ราคาหลากหลาย ตัดกันฉับๆๆ แต่คุณก็ต้องมีความรู้เรื่องเครื่องสำอางค์นะค่ะ

– ต้องเตรียมตัวไว้เลยว่า “ถ้าร้านค้านั้น ไม่ส่งของให้ หรือส่งให้ช้า คุณจะตอบลูกค้าอย่างไร”บางทีกำไรไม่กี่บาท แต่อาจสร้างความประสาทเสียให้เกิดขึ้นได้นะค่ะ

– คุณต้องแน่ใจว่า รูปสินค้าที่คุณนำมาลงขาย แบบนี้ ลายนี้ จะมีขายตลอด ไม่อย่างนั้น
ถ้าร้านค้าขายหมดไปแล้ว คุณจะไปหาของที่ไหนให้ลูกค้า ไม่ต้องโทรคอนเฟริม์ โทรเช็ค
สินค้ากันให้วุ่นวายไปหมดเหรอค่ะ

แนะนำด้วยความหวังดีนะจ๊ะ ^^

จากคุณ : สกุลลัน (สกุลลัน)
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 55 13:03:09

ความคิดเห็นที่ 5

สิ่งที่คุณกำลังจะทำคือ Dropshipping ค่ะ หรือหน้าที่เป็นนายหน้ากินส่วนต่างโดยที่ไม่ต้องลงทุน
ข้อดีก็คือคุณไม่ต้องลงทุนซื้อของ แต่ลงทุนค่าเวป(เล็กน้อย)+ลงแรงในการทำดูแล

ถ้าขยันก็ใช้ WB ฟรีในการประกาศขายของ
แต่ทุกสิ่งย่อมมีข้อดีข้อเสียของมันเสมอ

อันแรกและเป็นเรื่องใหญ่คือ จขกท ไม่เห็นสินค้าตัวจริง
อย่างเวปขายเสื้อผ้าเกาหลีเป็นตัวอย่างได้

นางแบบถ่ายรูปมาสวยกิ๊ง แต่ของจริงเนื้อผ้าและการตัดเย็บคนละเรื่อง
เกิดส่งไปแล้วคุณภาพไม่ตรงกับรูป งานช้างเลยคราวนี้

กำหนดส่งของและการแพคของอยู่นอกเหนือการควบคุมของ จขกท
ถ้าผู้ขายจริงส่งช้า หรือแพคไม่ดีแล้วของเสียหายจะทำอย่างไร

หรือส่งไปแล้วของไม่ครบ ชำรุดเสียหายใครจะรับผิดชอบ
ส่งไปแล้วของหายระหว่างส่ง ปัญหานี้จะรับมือยังไง

ผู้ขายยอมเสียเวลาไปทำเรื่องตวจสอบให้เราที่ ปณ รึปล่าว
เพื่อน จขกท ทำได้เพราะบ้านคงใกล้ ไปถ่ายรูปเองเห็นสินค้าของจริง แล้วจัดส่งของด้วยตัวเอง

ดังนั้นปัญหาน้อยกว่าแบบทำ Dropshipping อย่างที่ จขกท จะทำเยอะค่ะ
ลองศึกษาปัญหาดีๆ แล้วค่อยทำนะคะ ขอให้โชคดีค่ะ

จากคุณ : จ้อย..ยย
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 55 14:25:39

ความคิดเห็นที่ 6

เมื่อก่อนเคยคิดจะไม่สต็อกสินค้าเหมือนกัน แต่ก็มีปัญหาบางอย่างครับ เช่น (กรณีสำเพ็ง)

1 เมื่อมีออร์เดอร์ ไปซื้อสินค้าที่ร้านส่ง สินค้าดันหมด ชวดโอกาสที่จะขายได้ไปเลย ลูกค้าบางคนโอนเงินเข้ามาโอยไม่รอคอนเฟิร์ม ทำให้เราต้องเหนื่อยมาก ๆ ในการหาสินค้า ถ้าหาไม่ได้อาจต้องโอนเงินคืนลูกค้า

2 ถ้าขายได้แบบกระปริดกระปรอยทีละชิ้น 2 ชิ้น มันเสียเวลาไปซื้อสินค้ามาก ๆ อาจไม่คุ้มกับค่าเดินทางและเวลาที่เสียไป

3 บางทีมีออเดอร์ แต่ไม่มีเวลาหรือป่วย จะทำให้ส่งของได้ช้ามาก ลูกค้าบางคนขยันโทรมาถามซะด้วย

4 เสียเวลา 2 ต่อ ต้องไปซื้อของเอามาแพ็ค แล้วเอาออกไปส่งไปรษณีย์ (พอดีผมไม่มีรถขับ ถ้าคนมีรถอาจจะเตรียมกล่องไปแพ็คด้วยเลย ไม่ควรใช้กล่องที่ไปรษณีย์ขาย มันแพงและหนัก อาจต้องเสียค่าส่งเพิ่มขึ้นอีก)

แต่ถ้าคุณอยู่ใกล้แหล่งค้าส่ง และ/หรือ อยู่ไกล้ไปรษณีย์ สถานการณ์ก็จะดีกว่าที่ผมสาธยายมาหน่อยนึงครับ

ส่วนกรณีดีวีดีไม่ขอออกความเห็นครับ

กรณีนำภาพจากเว็บอื่นต้องลองคุยกับเจ้าของเว็บให้ดีก่อนครับ บางทีเมื่อขายได้แล้วอาจไม่มีของส่งให้ก็ได้ เพราะสินค้าหมดสต็อก ถ้าเจ้าของเว็บนั้นไม่ได้เป็นผู้ผลิตโดยตรง

เวลาที่ร้านออนไลน์ส่งสินค้าให้ลูกค้าก็มักจะส่งในนามร้านของเขานะครับ แต่ถ้าเป็นกรณีตกลงเป็น Dropshipping ต้องคุยกันว่าให้เขาส่งสินค้าในนามร้านของเราครับ

ผมเปิดร้านออนไลน์มา 2 ปีกว่า มีเจ้าของสินค้าหลายรายติดต่อมาเสนอขายสินค้ารวมทั้งติดต่อให้เป็น Dropshipping แต่ยังไม่เคยตกลงกับเจ้าไหนเลย เพราะไม่มั่นใจว่าสินค้าที่เขาส่งให้เราจะมีสภาพเป็นอย่างไร เวลาลูกค้าโทรมาถามเราก็อาจตอบไม่ได้ เพราะไม่เคยเห็นของจริงเลย ถ้าเจ้าของสินค้าส่งสินค้าช้าหรือสภาพสินค้าแย่ ๆ ไปให้ลูกค้า ผลเสียจะตกอยู่ที่ร้านเราครับ

จากคุณ : 9A
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 55 18:12:11

ความคิดเห็นที่ 7

ถ้าผมเป็นเจ้าของเวปที่คุณมาซื้อเผื่อไปขายต่อ

หลังจากผมส่งสินค้าให้คุณแล้วผมก็จะส่ง ปณ.หรือเมลตามไปทีหลังว่า

“มาซื้อกับเราโดยตรงสิ ถูกกว่านะ บลาๆ”

e-commerce ไม่หวานหมูนะจ๊ะ เตือนด้วยความหวังดี

จากคุณ : puieang
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 55 18:36:27

ความคิดเห็นที่ 8

อย่าลืมเรื่องนึงคือ คนซื้อของออนไลน์เปรียบเทียบราคาได้เร็วอยู่แล้ว เอาของจากในเว็บมาขาย ถ้าของเหมือนกันเค้าก็คงเลือกร้านที่ถูกที่สุด เราว่าถ้าจะทำอย่าเอาของที่ขายตามเว็บ หาเอาตามโรงงาน หรือ พวกขายส่ง ที่มันเช็คราคายากๆหน่อยดีกว่าค่ะ

จากคุณ : สายน้ำเซาะหินผา
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 55 18:47:37

ความคิดเห็นที่ 9

มีคนมาขอ dropship แบบนี้กับเราเสมอๆ

จากคุณ : บ้านดอกชวนชมสารพัดสี
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 55 22:53:14

ความคิดเห็นที่ 10

ข้างบนพุดไปหมดแล้วข้อดีข้อเสีย…คุณ จขกท. จะได้ไม่คุ้มเสียนะคะ จับเสือมือเปล่าใครๆก้ออยากทำไม่ต้องลงทุนอะไร แต่วิธีของ จขกท. มันไม่ยั่งยืนค่ะ ถ้าอยากยั่งยืนต้องไปติดต่อร้านที่จขกท. จะซื้อนั้นให้เป็นเรื่องเป็นราวนะคะ

เล่าเรื่องตัวเอง…เราขายของเวลามีออเดอร์หลายๆชิ้น ของบางชิ้นเกิดหมดโดยไม่ได้เช็คสต๊อคเมื่อลูกค้าโอนมา จะแพคถึงได้รู้ว่าตายแน่แล้วของหมดรึนี่…เราก้อใช้วิธีสั่งของร้านอื่นส่งไปให้ลุกค้าค่ะ ราคาอาจเท่ากับร้านเราหรือถูกกว่านิดหน่อย …แต่เราไม่เคยบอกทางร้านที่ซื้อนะคะว่าเราซื้อให้ลูกค้า เพราะส่วนใหญ่ที่สั่งก้อร้านคู่แข่งตัวฉกาจของเราค่ะ สั่งแต่ละครั้งก้อใช้เวลานะเพราะร้านที่บอกว่าของมีกดสั่งแล้วของไม่มี กว่าจะหาได้บางครั้งเล่นเอาเหงื่อตก…ปัญหาไม่เจอเท่าไหร่ ที่มีก้อส่งของช้าเพราะหนึ่งในนั้นคือเรามัวแต่สอบถามร้านอื่น กว่าจะโอน กว่าเขาจะส่งอีก แพคของไม่ดี ลูกค้ากลับมาซื้ออีกเล่าให้ฟังว่าคราวก่อนได้ของช้ามากเลยค่ะพี่ เหมือนพี่ส่งจากร้านอื่นมาให้เลยนะคะ ฮ่าๆๆ ส่วนใหญ่หน้ากล่องนั้นเขาชอบเขียนชื่อเวบนะคะ คุณต้องระวังให้มากๆ… ก้อต้องบอกไปว่าของหมดจริงๆจ้า…นี่แหละปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมถ้าเกิดปัญหาหนักหนา เช่นของหายของชำรุด บอกได้เลยว่าคุณจะแก้ปัญหายาก เครียดจนแทบบ้าเพราะลูกค้าอิช่างจิก….

คิดดีๆนะคะ ธุรกิจไม่ง่าย..และไม่ยากเกินความสามารถค่ะ

จากคุณ : Thundergirl
เขียนเมื่อ : 26 มี.ค. 55 23:47:13

ความคิดเห็นที่ 11

ทำสนุกๆได้ครับ เมื่อสองปีที่แล้วผมก็เคยทำ ลูกค้าสั่งมาก็โทรไปสั่งอีกที (พอดีร้านขายส่งอยู่ใกล้บ้านในตอนนั้น)

แต่ถ้าจะทำเป็นหลักเป็นฐาน มันมีจุดอ่อนเต็มไปหมดเลยครับ แล้วแต่ละอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ดังที่คนอื่นๆข้างบนบอกไปหมดแล้วล่ะครับ

ลองครับ ของแบบนี้มันต้องลอง!! สู้ๆ!

จากคุณ : เชิ้ตดำ
เขียนเมื่อ : 27 มี.ค. 55 13:41:32

ที่มา : http://www.pantip.com