Menu Close

แนะนำขั้นตอนการผลิต “เสื้อผ้าแฟชั่น” สำหรับงานแฮนเมด ครับ

ช่วงนี้เหมือนกระแส ทำอาชีพส่วนตัวจะมาไม่ขาดสาย หลายๆคนอยากเปิดร้านในแบบที่ตนชอบ เช่นร้านกาแฟ สปา PETShop ร้านแซนวิชอาหารเช้า และร้านเสื้อผ้าแฟชั่น

พอดีผมพอจะมีความรู้ในส่วนของขั้นตอนการผลิต “เสื้อแฟชั่น” จึงอยากจะนำมาแนะนำให้เพื่อนๆ ได้มีแนวทางขั้นตอนการเปิดร้านเสื้อผ้า ในส่วนของการผลิต เอาไว้พิจารณาบ้างครับ

เริ่มกันเลยดีกว่า

ใครบางคน ฝันอยากจะเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าแฟชั่น คงต้องมีจุดเริ่มมาจากภายในตัวตนของตัวเองก่อน เช่น เป็นคนชอบวาดแบบเสื้อผ้าต่างๆในใจ เป็นคนชอบตำหนิเสื้อผ้าผู้อื่น เป็นคนชอบเสนอแนะ(ในใจ)ให้กับคนที่เดินผ่านไปผ่านมาว่าควรจะแต่งตัวอย่างนี่นะอย่างนั้นนะ เป็นคนที่บางครั้งก็ต้องสะกิดถามคนที่เจอะระหว่างทางว่าเสื้อผ้าที่เขาหรือเธอใส่อยู่หาซื้อได้ที่ไหน หรือเป็นคนที่แต่งตัวทีไรช่างดูแพรวพราว แต่งให้น่ารักก็ได้ แต่งให้สวยก็ได้ แม้แต่แต่งให้ดูเป็นทอมบอยก็ยังแต่งได้เลย

ถ้าคุณพบว่าเป็นคนแบบนั้น และอยากจะลองฝันที่จะเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าแฟชั่นสักที่หนึ่ง ก็ลองมาดูขั้นตอนถัดไปครับ

ผมจะไม่พูดถึงว่าจะหาร้านที่ไหน จะทำร้านอย่างไร และการลงทุนค่าใช้จ่ายนั้นควรจะเตรียมงบไว้เท่าไหร่ เพราะในหนังสือหลายเล่ม คู่มือการเปิดร้านเสื้อผ้าก็มีแนะนำไว้ดีแล้ว ฉะนั้นเราจะมาดูในส่วนของขั้นตอนการผลิตนะครับ
_______________________________________________________

การผลิตเสื้อผ้าแฟชั่น มีขั้นตอนพื้นฐานดังนี้

1. ออกแบบ : ซึ่งเมื่อออกแบบเสร็จจะช่วยให้รู้ว่าอยากได้ผ้าชนิดใด เนื้อผ้าใด ปริมาณผ้าขนาดไหน และจะไปหาได้จากที่ไหน

2. ซื้อผ้า : ผ้า 1หลา จะมีราคากลางๆ อยู่ประมาณ 45-55 บาท และผ้า 1 หลา นั้น ถ้านำมาตัดเป็นเสื้อ 1 ตัว จะมีเศษผ้าเหลือ, แต่ถ้านำมาตัด แซ็ก/เดรส จะใช้ผ้า 1 หลาเศษๆ ครับ

แหล่งขายผ้า มีอยู่ที่สำเพ็ง/หลานหลวง/วัดกำแพง กม.9 ตัวอย่างสถานที่ซื้อคือ ตึกอินเดียเอ็มโพเรี่ยม/ตึกไชน่าเวิล์ด/ถนนหลานหลวง/วัดกำแพง กม.9 (ที่วัดแถว กม.9 ผมอาจจำชื่อวัดผิด เพราะเป็นแหล่งขาย “ผ้ายืด” ชั่งกิโล ซึ่งผมไม่ได้ใช้ผ้าชนิดนี้ครับ)

3. ส่งผ้าให้ช่าง ตัด/เย็บ : ตัดที่ 50-100 ตัว ร้านทั่วไปมักจะคิดค่าตัดประมาณ 2-5 บาท/ชุด ส่วนเย็บขึ้นรูปจะเป็นราคาตั้งแต่ 20-35 บาท/ชุด ครับ

ช่างอิสระจะมีอยู่เยอะนะครับ แต่ช่องทางติดต่อนั้นหายาก เพราะมันไม่เหมือนกับโรงงานการ์เม้นต์ ที่มีช่องทางทางเว็บไซส์ในการติดต่อ, บางร้านก็หาง่ายหน่อย เช่น ร้านตัดผ้าที่ทีนสะพานกรุงเทพ ที่นี่ถ้า 50 ตัว จะคิด 5 บาท/ชุด ถ้า 100 ตัว ราคาจะไม่เกิน 3 บาท

ในส่วนนี้ไม่ต้องวางเงินมัดจำนะครับ พวกให้วางเงินมัดจำ น่าจะไม่ซื่อสัตย์แระ เพราะด้วยราคาของผ้าที่ส่งให้ ก็เพียงพอที่จะรับประกันการกลับมารับผ้าของผู้จ้างอย่างเราได้แล้ว

4. เช็คเสื้อผ้าสั่งตัด ว่าเสป็คถูกต้องตามที่ตกลงไว้ ถ้าผ่านก็สามารถนำไปขายได้เลย

สรุปรวมต้นทุนการผลิตเสื้อผ้า 1 ตัว โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (จริงๆ ค่าใช้จ่ายเดินทางน้อยมาก เมื่อนึกถึงการผลิตเสื้อผ้าต่อครั้งที่ปริมาณ 150-200 หรืออาจจะนึกไปถึง 300-500 ตัว)

_______________________________________________________

ต้นทุนดังนี้ครับ ผ้า1หลา 50 บาท + ตัดผ้า 5 บาท + เย็บ 30 บาท = 85 บาท/ตัว
_______________________________________________________

ในขั้นตอนถัดมาก็คือการขาย ซึ่งเราก็ต้องบริหารราคาขายให้แมตต์กับค่าใช้จ่ายทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างพนักงาน(อย่าลืมจ้างตัวเองด้วยค่าแรงขั้นต่ำ เพราะนั่นคือต้นทุนแฝง และไม่ควรนำมาหักจากกำไรเบื้่องต้นครับ), ค่าเช่าที่, ค่าน้ำค่าไฟ เป็นต้น

ส่วนการตัดสินใจว่าต้องการ “กำไรสุทธิ” เท่าไรต่อตัว แล้วนำไปบวกลงเป็นราคาขายเสื้อผ้า คงเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะจริงๆ แล้ว จะกำไรเท่าไรนั่นไม่มีทางเลือกครับ เพราะสถานที่และทำเล จะเป็นคนควบคุมราคาขายของเราเอง ซึ่งเมื่อผ่านการตั้งราคาตรงนั้นมาแล้วจึงจะทำให้รู้ว่ากำไรเท่าไร เป็นที่พอใจไหม ยอมรับทำเลนั้นๆได้หรือเปล่า

เสื้อผ้าที่ตั้งราคาได้ตามใจชอบ นอกจากการมีแบรนด์รอยัลตี้แล้ว ก็คงจะต้องเป็นเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์อย่างแรง เป็นเทรนด์ใหม่ ติดตลาด และยังไม่มีมีใครเหมือน หรือยังไม่มีใครก็อปเหมือน

ฝากคำพูดสุดท้ายครับ “จงอย่าขายเสื้อผ้า แต่จงขายเรื่องราวของมัน” Stay don’t sale Cloth. Stay sale Story.

———————————————————————————-

ปล. หากมีข้อมูลผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้

แก้ไขเมื่อ 11 ม.ค. 55 17:05:37

จากคุณ : HODEมั๊กๆ
เขียนเมื่อ : 11 ม.ค. 55 17:01:30

ความคิดเห็นที่ 4

คห.3 คุณ LAZIE SASSY GIRL “เราต้องขึ้นแบบให้ก่อนหรือเป่าคะ > < ” ?”

จริงด้วยครับ! …งั้น(อีก 2 วัน เราค่อยไปแก้ข้อมูลกัน เพราะรอคนทักจุดผิดพลาดสัก 2 วันก่อน จะได้แก้ทีเดียวเลยครับ)
____________________________________________________________

การขึ้นแบบ/แพตเทิร์น จะมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 350 บาท ครับ โดยผู้ขึ้นแพตเทิร์นให้เรา จะทำให้เราดังนี้

1. ร่างแบบบนกระดาษเท่าตัวจริง (เพราะขนาด 4A เราวาดออกแบบเองแล้ว)
2. ตัดเย็บผ้า ขึ้นเป็นเสื้อตัวอย่าง ให้เราได้พิจารณา
3. แก้ไขแบบบนแพตเทิร์นให้ตรงตามความต้องการที่สุด ก็เป็นอันสำเร็จ

ปล. เห็นบางที่รับขึ้นแบบแพตเทิร์นละ 500 ผมว่าอาการหนัก! ไม่อยากจะบอกเลยว่าที่ 350 นั้น หมายถึงการใช้ช่างอิสระที่ไม่ต่อเนื่องในส่วนของตัดเย็บเสื้อผ้าเพื่อการนำไปขาย เพราะหาก “ช่าง” ในส่วนของแพตเทิร์น และฝ่ายรับเหมาตัดเย็บ เป็นทีมเดียวกัน ค่าแพตเทิร์นจะหล่นลงไปเหลือเพียง 250 บาทเท่านั้น

ซึ่งการสั่งผลิตแบบละ 100 ตัว (คละ ลาย/สี) จะทำให้มีต้นทุนแพตเทิร์นเพิ่มเข้ามาที่ตัวละ 2.5-3.5 บาท ครับ

แก้ไขเมื่อ 12 ม.ค. 55 03:00:38

แก้ไขเมื่อ 12 ม.ค. 55 02:53:51

แก้ไขเมื่อ 12 ม.ค. 55 02:52:42
จากคุณ : HODEมั๊กๆ
เขียนเมื่อ : 12 ม.ค. 55 02:43:06

ความคิดเห็นที่ 6

สงสัยเราจะอาการหนัก ทำแพทเทิร์น ขึ้นตัวอย่างแบบละ 500 ทำออกมาไม่เหมือนแบบที่เราออกแบบอีก ปวดใจมาก สเป็คก็เพี้ยนไปไกลถึงสามโลก เง้ออออ
จากคุณ : VW ME
เขียนเมื่อ : 12 ม.ค. 55 12:19:30

ความคิดเห็นที่ 7

เราเรียนตัดเสื้อผ้ามา และออกแบบแฟชั่น
แต่พอจบมา ได้มาทำงานด้านกราฟฟิกสิ่งพิมพ์
มาแชร์ความรู้กันไหม
จากคุณ : i_open
เขียนเมื่อ : 12 ม.ค. 55 14:35:55

ความคิดเห็นที่ 10

ขอความรู้ด้วยคนนะคะ

แล้วเวลาหาช่างเย็บ กับช่างขึ้นแพทเทิร์น นี่คืออย่างเราเซิร์ทในกูเกิ้ล สมมุติได้มาเจ้านึงแล้วโทรไปหาเค้า
เอาแบบที่เราต้องการไปให้เค้าดู แล้วเค้าจะขึ้นแพทให้เรา+ตัวอย่าง ก่อนเลยรึป่าวคะ แบบเค้าไปขอเฉยๆ
อย่างนั้นได้เลยใช่มั้ย ถ้าออกมาใช่ค่อยจ่าย

แล้วเราเอาแพทเทิร์นนั้นไปให้เจ้าไหนตัดเย็บก็ได้ใช่มั้ยคะ
ถ้าเป็นแบบเดียวกัน แต่เป็นชุดแบบมีต่อผ้าสองลาย เราจะกำหนดยังไงคะว่า ลายนี้จับคู่กับลายนี้ อยู่บน อยู่ล่าง
ห้ามเอาอันนี้ไปผสมกะลายอื่น

หรือว่าถ้ากำหนดแบบนั้นจะคิดเป็นอีกหนึ่งแบบทันที
จากคุณ : remakamkaw
เขียนเมื่อ : 13 ม.ค. 55 11:32:50

ความคิดเห็นที่ 14

ขอบคุณค่ะ ได้ความรู้เยอะเลย เราเองก็คลุกวงในวงการนี้เหมือนกัน เพราะที่บ้านทำเสื้อผ้าให้ร้านที่สยาม และแพลตตินั่ม เลยพอจะรู้อะไรบ้างเล็กน้อย ใจอยากจะลองเปิดร้านตัวเองดูบ้าง แต่ด้วยความไม่กล้า ไม่รู้ว่าไม่กล้าอะไร เหอๆ แต่ก็เป็นความฝันค่ะ สักวันจะลองดู ^^”

ปล. เราเดาว่า วัดกำแพง กม.9 น่าจะเป็นวัดสน ผ้ายืดเยอะมากๆๆๆๆๆแหล่งผ้ายืดเลย
จากคุณ : GolffieZaa
เขียนเมื่อ : 13 ม.ค. 55 17:39:30

ความคิดเห็นที่ 15

คุณ คห.7น่าสนใจนะครับ

ผมเองเป็นดีไซน์เนอร์ครับ ทำงานวงการผ้ามาร่วม10ปี ทำมาหลายบริษัทครับ สนใจงานด้านนี้แต่ครั้นจะทำเองคาดว่ามันต้องเหนื่อย คิดเสมอว่างานเสื้อผ้ามันเหนื่อยสุดๆ เลยไม่กล้าทำอะไรเอง

หากอยากได้หุ้นส่วนหรืออยากทราบแหล่งขายผ้าจากโรงงาน ก็ยินดีครับ หลังไมค์มาก็ได้ครับ แชร์ๆกันไป
จากคุณ : โลครึ่ง
เขียนเมื่อ : 13 ม.ค. 55 18:36:25

ความคิดเห็นที่ 17

มาคอนเฟิมค่ะ เคยเจอช่างแพทเทินตัวละ 500 บาท งานนี่เร่งไม่ได้ด้วยนะคะ เพราะคิวเค้ายาวมาก

ช่างที่แพทเทินไม่เก่ง บางทีทำออกมาไม่ได้ดังแบบค่ะ ช่างไม่ดีบางทีมีบ่นว่าแบบยาก

หาช่างคู่ใจ บางทีก็แสนเหนื่อยค่ะ

บางคนโกงผ้าก็มี บางคนวางแบบไม่ดีเปลืองผ้าก็มี

ช่างดีบางทีก็ช้า

เยอะ จนเหนื่อยเลยค่ะ

ปล ..เอาปัญหามาแชร์นะคะ
จากคุณ : :OnNaNoKo:
เขียนเมื่อ : 14 ม.ค. 55 00:35:21

ความคิดเห็นที่ 19

เข้ามาเสพความรู้ค่ะ ขนาดแม่เราทำเสื้อผ้าขายยังไม่รู้เยอะขนาดนี้เลยเจ้า มีราคาให้ด้วยดีจัง ปกติแม่เค้าทำเองออกแบบเองแล้วจ้างโรงงานตัดน่ะค่ะ ^ ^ แถมไม่ใช่เสื้อผ้าแฟชั่นด้วยน่ะเจ้า กระทู้แบบนี้สิเหมาะกับกระทู้แนะนำของสีลมจริงๆ ให้ความรู้จริงประสบการณ์จริง ถ้าแค่กอปมาจากหนังสือเราหาหนังสืออ่านเอาเองก็ได้นิ

้ข้อควรระวัง :
– ทำออกมาแล้วขายดี โดนกอปปี้ในราคาถูก ขนาดที่เราปาดเหงื่อว่า มันถูกกว่าต้นทุนเราได้ยังไง(วะ)
– ทำออกมาแล้วขายไม่ดี แน่นอนทุนจม เสื้อผ้าเหลือกองเต็ม แนะนำให้รีบๆขายเพราะแฟชั่นมาไวไปไวค่ะ ขายขาดทุนแล้วได้เงินคืนมาบ้างยังดีกว่าได้เสื้อผ้าเป็นสิบ(หรืออาจร้อยตัว)กองเต็มบ้านหาที่เก็บไม่ได้ สุดท้ายเลยเอาไปบริจาคทำบุญซะเลย (เคยโดนมาแล้ว)
จากคุณ : กุนซือเอกแห่งรัฐวุ่ย
เขียนเมื่อ : 14 ม.ค. 55 01:56:02

ความคิดเห็นที่ 21

ใจดีจัง เราก็อยู่กับผ้ามาตั้งแต่เด็ก แต่ใจไม่รัก

แต่สามารถมองออกว่า ส่วนไหนเป็นอย่างไร

เพราะพี่สาวชอบให้แต่งหน้าร้าน จับผ้าโชว์

แบบเสื้อ โดยไม่มีหุ้น หน้าร้านจะเป็นคนจัดประจำเลย

พี่สาวเห็นแวว อยากให้ทำ แต่ไม่เอา เพราะเป็นงานจุกจิก

อ้วนไป ผอมไป ก็เอามาแก้ ไม่เหมือนผม ตัดไม่ดี ซอยไม่สวย

ลูกค้าก็ไม่มาแล้ว ผมกินง่ายกว่าเสื้อ
จากคุณ : checgo (ji-ju)
เขียนเมื่อ : 14 ม.ค. 55 21:22:34

ความคิดเห็นที่ 22

^^^ เหมือนเราเลยค่ะ อยู่กับช่างฝีมือเยี่ยม ประจำจังหวัด (น้าเราเอง)
ลูกค้ามาตัดเสื้อผ้า เยอะมากๆ ทั้งคุณนายทหาร ตำรวจ พยาบาล ฯลฯ
นึกถึงตอนเด็กๆ แล้วเสียดาย
น้าอุตสาห์ เพียร สอน วัดตัว เย็บจักร สอยผ้า แล้วก็ ให้หัดวาดหุ่น
แต่ (ตอนนีัน) เราไม่เอา และใจไม่รักเสียเลย
แล้ว เรา ก็ คิดเหมือกันว่า ตัดผ้า จุกจิกๆๆมากๆๆ
ลูกค้า ไม่พอใจ ใส่ไม่สวย ก็ ให้รื้อ ให้สอย ตะบั้ตะบัน
ตอนนั้น ยังเด็กอยู่ ใจเลยไม่เย็นพอ
พอแก่ลง รู้สึกเสียดาย ทำไม ตรูโง่อย่างงี้ นะ
ถ้า รับเอา สิ่งที่น้าตั้งใจจะให้
ป่านนี้ คงมีวิชาชีพ ติดตัวไปนานแล้ว
เสียดาย มากๆ

พิมพ์ผิด ค่ะ

แก้ไขเมื่อ 14 ม.ค. 55 22:13:50
จากคุณ : ทุเรียนสีชมพู
เขียนเมื่อ : 14 ม.ค. 55 22:12:41

ความคิดเห็นที่ 28

ขอตอบข้อความหลังไมค์บางส่วนนะครับ (กระทู้ไม่ขึ้นนี่ หายากนะครับ T_T)

1. จตุจักรขายส่งกลางคืนกี่โมง?
2. ของใหม่มาทุกวันศุกร์หรือไม่?
3. ราคา และเกรดเสื้อผ้า เมื่อเปรียบเทียบกับ แพลตตินั่ม มีความคิดเห็นอย่างไร?
4. เบอร์ติดต่อร้านตัดผ้าที่ทางขึ้นลงสะพานกรุงเทพ คือเบอร์อะไร?
5. ทำอย่างไรจึงจะขายดี
6. แนะนำร้านเสื้อผ้าที่จตุจักร ร้านที่มีเสื้อผ้าถูกใจตลาด และร้านผมคือร้านไหน?

*** ผมจะตอบบางส่วนนะครับ โดยข้อ 5. ขอคิดก่อนนะครับ ส่วนคำถามที่เหลือ คงตอบได้บ้าง ไม่ได้บ้าง คละเคล้ากันไปนะครับ

—————————————————————————————–

จตุจักรขายส่งกลางคืน หมายถึงเทึ่ยงคืนของวันศุกร์ครับ ซึ่งก็จะเปิดไปถึงเช้าวันเสาร์ ซึ่งเราจะนับวันว่ามีการขายอยู่ 3 วัน/สัปดาห์ คือ ศุกร์กลางคืน-เสาร์-อาทิตย์ครับ

ซึ่งจริงๆ แล้ว สำหรับร้านค้าบางร้านที่ขายดีมาก และมีลูกค้าเก่าเยอะ เขาจะเปิดร้านตั้งแต่ 5 โมงเย็นวันศุกร์ และยิงยาวไปจนถึง 7โมงเช้าวันเสาร์ครับ

ส่วนเรื่องที่มาของเสื้อผ้านั้น ที่นี่ก็มีส่วนผสมคล้ายกับแพลตตินั่มครับ งานแฮนด์เมด และ เสื้อผ้านำเข้าจากจีน แต่ส่วนใหญ่เป็นงานแฮนด์เมด ซึ่งคุณภาพของเนื้อผ้าจะสูงกว่างาน “เสื้อผ้าสำเร็จรูปจากจีน” เพราะว่าที่ๆ นำเข้าผ้าผืน มักจะต้องแข่งขันกันเรื่องคุณภาพของผ้า และส่วนหนึ่งของผ้าที่นำมาทำเสื้อแฮนด์เมด นอกจากเป็นผ้านำเข้าจากจีนแล้ว ส่วนหนึ่งจะเป็นงานผ้าผลิตจากอินเดียครับ(ไปดูได้ที่ตึก อินเดียเอ็มโพเรียม”

แล้วราคาแตกต่างกันมั๊ย?
ในความคิดผมนะ ผมว่าถูกกว่าแพลตตินั่มครับ เพราะ เพื่อนๆ ที่อดีตเปิดร้านที่จตุจักร พอย้ายไปอยู่แพลตตินั่ม ก็มีการปรับเปลี่ยนราคาสูงขึ้น และขายได้ครับ (เช็คจาก 2 เจ้า ที่ทุกวันนี้ ก็ยังอยู่สบายที่แพลต)

และในส่วนความเข้าใจของผมเอง ที่ต้องไปมาหาสู่ทั้ง 3 ที่ ….จตุจักร, แพลตตินั่ม และ ประตูน้ำ เมื่อเปรียบเทียบว่าที่ไหนขายส่งถูกว่า ก็เรียบลำดับจาก ถูก —–> แพง ได้ดังนี้ครับ

ประตูน้ำ —-> จตุจักร —-> แพลตตินั่ม

โดยจุกสังเกตุที่สำคัญของประตูน้ำ คือ สัดส่วน “เสื้อผ้า” น้ำเข้าจากจีน จะสูงมากๆ ครับ เมื่อเปรียบเทียบกับงาน “โหล” (คนนอกมักเรียนงานผลิตเอง ที่วางขายในประตูน้ำ ว่างาน “โหล” มากกว่า “แฮนด์เมด”)

มีบางเจ้าที่มีร้านทั้งจตุจักร และ แพลตตินั่ม ครับ

ซึ่งแง่คิดส่วนหนึ่งคือ แต่ละที่มีต้นทุนค่าเช่าแตกต่างกัน และมียอดขายแตกต่างกัน ทำให้มีผลต่อการตั้งราคาขายแตกต่างกันด้วยครับ(บางเจ้าก็คงไม่)

และราคาก็มักจะจบที่ว่า วางขายที่แพลตแพงกว่าจตุจักร

แต่ความสะดวกที่แพลต ก็ดีกว่าจตุจักร คือ ไม่ต้องอดหลับอดนอนมาเลือกซื้อส่งกลางคืน และอยากซื้อเมื่อไรก็ได้ครับ

วัดกันในเรื่อง “งานแฮนด์เมด” ระหว่าง ที่ แพลตตินั่ม และ จตุจักร

ผมเปรียบเทียบง่ายๆ ครับ ด้วยว่าแพลตตินั่มสามารถตั้งราคาขายได้สูงกว่าจตุจักร และขายได้! สำคัญที่ชาวต่างชาติเข้ามาซื้อ และสั่งที่ไม่ใช่น้อย และคนละราคาอีกด้วย

ด้วยภาพลักษณ์ และเกรด ที่ผู้ค้าปลีกวางไว้ให้สูงกว่าที่อื่น ซึ่งแสดงผลออกมาเป็นการ “ยินดี” จับจ่ายใช้สอยเพื่อนำไปขายต่อ

ซึ่งเมื่อผู้ค้าส่งสามารถขายได้ในราคาที่สูง จึงมีอำนาจที่จะคัดเกรดผ้าในราคาที่เลื่อนขึ้นไปอีกชั้น นำมาผลิตได้โดยไม่ลังเลครับ

ดังนั้นถ้าถามเรื่องเกรดผ้า ผมคิดว่าส่วนหนึ่งครับ ซึ่งเป็นส่วนน้อย(ตามกฏว่า คนส่วนน้อยจะทำบางสิ่งบางอย่างที่รู้สึกได้ว่า สิ่งนั้นเหนือกว่าคนส่วนมากอย่างเห็นได้ชัด, และที่เห็นเกรดเสื้อด้วยตา)

ผมคิดว่า เกรดผ้าบางส่วนเท่านั้น และเป็นส่วนน้อย ที่เหนือกว่าเกรดผ้าดีที่ดีๆ ของจตุจักร ครับ

———————————————————————–

ผมคงแนะนำร้านเสื้อผ้าในจตุกจักรไม่ได้ และก็บอกชื่อร้านของผมไม่ได้เช่นกัน เอาเป็นว่าแนวเสื้อผ้า เป็นความชอบใครความชอบมันนะ ^_^

สำหรับการแนะนำร้าน แพตเทิร์น/ตัด/เย็บ ผมแนะนำได้เฉพาะช่างตัดครับ ที่เหลือไม่ได้ แต่ขอเวลานั่งคิดเล่นๆ สัก 2-3 วัน ว่าจะบอกเบอร์ร้านตัดให้นั่น สมควรมั๊ย?

ในส่วนที่ว่าทำอย่างไรจึงจะขายดี ผมแนะนำอย่างนี้ครับ…

ผมคงไม่มีคำแนะนำที่ดีครับ ว่าจะทำอย่าไรให้ขายดีตามที่หวังไว้

การขายดีมันเป็นส่วนผสมที่เรียกว่า “ค๊อกเทล” ครับ

ไม่ว่าจะในส่วนของ : ความชอบของเรา แนวเสื้อผ้า สถานที่ร้าน บรรยากาศ ลักษณะการขาย คู่แข่งในระแวกใกล้ ลักษณะกลุ่มลูกค้า การแต่งตัวของผู้ขาย รวมถึงกิริยาการแสดงออก

ดีที่สุด คือ ปรับแก้ไขในทิศทางที่เห็นผลงอกเงยไปเรื่อยๆ ครับ นำจุดเด่นจุดด้อยของตัวเองมาจัดการให้เกิดผลเป็นบวก

ผมเองก็มีการปรับปรุงบ้างเป็นบางครั้ง เพื่อหวังให้ยอดขายเติบโตขึ้นกว่า ณ ปัจจุบัน ซึ่งก็มีทั้งได้ผล และไม่ได้ผลครับ ลงมือทำอะไรเพื่อการเปลี่ยนแปลงก็แล้วแต่ มันไม่ได้ดังหวังไปทุกครั้งนะครับ ดังนั้นลุยไป โดยอย่ากดดันกับตัวเองจนเกินไปนะครับ

ปล. ขอให้ทุกท่านโชคดี กับการลงมือทำอาชีพนี้นะครับ
จากคุณ : HODEมั๊กๆ
เขียนเมื่อ : 5 ก.พ. 55 06:51:01

ที่มา : http://www.pantip.com