Menu Close

มาแชร์ประสบการณ์…..ขายของในอินเตอร์เนตมา 7 ปีกว่า

ตู้เติมเงินมือถือ สมหวัง

แบบว่าอยากเอาเรื่องของเราเองมาเล่ามั่ง หลังจากนั่งอ่านของชาวบ้านมาตลอด อิอิ

อยากบอกว่าเราไม่เคยทำงานประจำเลยค่ะ เรียนจบมหาลัยก็ขายในเนตเลย คงเพราะสายเลือดนักขายมันเข้มข้น 555555

พ่อแม่เราขายของตั้งแต่เราเกิดเลย เราก็ต้องช่วยขายของแต่เด็ก อ่อ..สมัยเรียนก็มีขายนะ แต่ไม่จริงจังมาก ขายตรง เฮอ…. ได้ยอดบ้างอะไรบ้าง แต่พอเบื่อก็เลิกไป

เริ่มต้นจากขายอย่างแรก …..เครื่องสำอางค์แบรนด์เนม…..

เราเริ่มธุรกิจนี้แบบขำๆมากค่ะ ช่วงนั้น (ปี2547) น้ำมหัศจรรย์ SKII บูมมากในห้องจตุจักร ซึ่งต่อมาแยกออกมาเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง

เราเองก็เล็งๆในเนตอยู่เจ้านึง เค้าขายขนาดทดลองอยู่ที่ 790 บาท แล้วบังเอิญวันนึงไปเดินในห้าง เจอคนขายเหมือนกันเด๊ะเลย แต่ราคา 590 บาท สมองเราเริ่มสั่งการทันที

นี่ถ้าซื้อไปขายในเนต ได้กำไรขวดละ 200 เลยทีเดียวเชียว แถมของกะลังฮิตด้วย เอาไปขายคิดว่าขายได้แน่ๆ เลยซื้อติดมือกลับบ้านมา 3 ขวดแบบมึนๆ 555555

กลับมาถึงบ้าน จัดการเปิดเวบแบบทดลองก่อนเดือนนึงของ Tarad สินค้าก็ใส่ไปอย่างเดียวก่อน แล้วส่วนชิ้นอื่น ก็ลงรูปตามร้านอื่น แบบเค้ารับพรีออเดอร์กัน เราก็ลงตาม เพราะมันไม่ต้องมีสต๊อก ถ้ามีคนมาสั่งค่อยว่ากันอีกที 555555 เป้าหมายตอนนี้คือจะขายไอ้น้ำมหัศจรรย์นี่ให้หมดก่อน อิอิอิ

หลังจากนั้นก็ลงประกาศค่ะ ตาม pantipmarket thaisecondhand เมื่อก่อนไม่มีเวบให้โพสมากค่ะ อาศัยสองเวบนี้แหละ เราใช้เวลาแค่สองวันก็ขายสามขวดที่ซื้อมาหมด ลืมแบ่งเอามาใช้เองเลยอ้ะ 5555555

ทีนี้ก็ต้องกลับไปที่ร้านเดิม ไปเอาของใหม่ แล้วก็เห็นเค้ามีขายเทสเตอร์เครื่องสำอางหลายอย่าง เลยลองซื้ออย่างอื่นมาเพิ่มนิดหน่อย พวกตัวที่เกาะกระแส คิดว่าน่าจะพอขายได้ จะได้ดูมีของในเวบหลายอย่างหน่อย

หลังจากเริ่มรับคสอ.จากที่ห้างมาขาย เราก็เริ่มหาแหล่งซื้อของแหล่งใหม่ เพราะคิดว่า มันน่าจะต้องมีแหล่งขายส่งของมัน หลังจากเจอแหล่งขายส่งแล้ว ก็ขายมาเกือบปี

ระหว่างขาย คสอ. ก็มีไปเอากระเป๋า เครื่องประดับจากสำเพ็งมาขายด้วย แล้วอยู่ดีๆ ก็มีโอกาสให้ได้สินค้าชนิดใหม่เฉยเลย

ขายอย่างที่สอง …..แผ่นซีรียส์เกาหลี…..

ช่วงต้นปี 48 ชอบดูซีรียส์เกาหลีมากๆ เพราะลูกค้าเครื่องสำอางแหละแนะนำให้ดู
ดูแบบซับ ตอนนั้นสนุกมากเลย แล้วก็เลยเกิดการติดงอมแงม แล้วก็ซื้อแบบซับมาสะสมหลายเรื่อง

พอเริ่มซื้อเยอะเข้า ชักเริ่มอยากถอนทุนคืน เลยลงขายเล่นๆในเวบบอร์ดซื้อขายของเวบข้าวโพด ผลปรากฎว่าขายดีม๊ากกก ทำไม่ทัน นั่งร้องไห้ 55555555555

เลยปรึกษากะแฟนว่า มันต้องมีเครื่องก๊อปแผ่น แบบทีเดียวพร้อมกันหลายๆแผ่นได้ดิ ถ้าไรท์คอมทีละแผ่นแบบนี้ตายแน่ๆ เลยลองเข้าพันทิพไปหาไอ้เครื่องที่ว่านี้ หน้าตามันเป็นยังไงอิชั้นยังไม่รู้เลย พอดีไปถามร้านนัง เค้าเลยบอกลายแทง ว่าให้ไปตรงไหน

พอเจอร้านขายเครื่อง duplicator แล้วเหมือนสวรรค์โปรด กลับมานั่งไรท์ขายเมามันส์มาก เราจะขายแต่แผ่นแบบที่เป็นซับทำเอง ไม่ขายแบบพูดไทย เพราะกัวเรื่องลิขสิทธิ์

ช่วงนั้นขายซีดีจนเลิกขายคสอ.ไปเลย เพราะคสอ.ตอนหลังคนขายกันเยอะ ตัดราคากันจนแทบไม่เหลือกำไร เลยเลิกขาย ทำซีดีเต็มตัว ซีดีนี่ทำหลายปีมาก ทำตั้งแต่เป็นซีดี จนเปลี่ยนเป็น dvd

กำไรบอกตามตรงว่าเยอะมาก ขนาดใช้เงินเก่งๆ ยังเหลือเก็บเยอะขายอยู่หลายปีจนถอยรถป้ายแดงด้วยเงินสด เที่ยวต่างประเทศหลายรอบ แต่ก็แลกกับการที่ต้องทำแผ่นหนักมาก เพราะต้องทำแข่งเวลา ไม่งั้นส่งลูกค้าช้า ลูกค้าหายหมด

แต่สุดท้าย คนขายแผ่นก็มากขึ้น จนช่วงหลังๆซักประมาณปี 2550 ได้มั้ง ลูกค้าเริ่มน้อยลง ยอดขายตกไปเป็นครึ่ง แต่ก็ยังพออยู่ได้ แต่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้แล้ว

และช่วงปี 2551 ก็ท้อง เลยทำให้มีค่าใช้จ่ายเยอะขึ้น ค่าฝากท้อง ค่าคลอด ค่าเลี้ยงลูก เริ่มฝืดๆแระช่วงท้อง ช่วงหลังคลอดเนี่ย แต่ช่วงหลังคลอดมาก็ได้ขายสินค้าชนิดใหม่อีกแล้ว

ขายอย่างที่สาม …..เสื้อผ้าเด็กจากจีน…..

ช่วงนั้นประมาณต้นปี 53 หลังจากมีลูกแล้วเราเองก็เริ่มช๊อปของลูกในเนตมากขึ้น สมองก็สั่งการอีกแล้วว่า น่าเอามาขายแฮะ

ก็เริ่มหาข้อมูล ว่าจะสั่งของยังไง สั่งจากเวบจีนเวบไหนถึงจะได้ราคาส่ง หาชิปปิ้งส่งของจากจีน แล้วก็เริ่มสั่งของเข้ามาขาย โปรโมทตามพวกที่เค้าให้ลงประกาศฟรี และขายราคาไม่แพงเว่อเกินไป

สินค้าก็ขายได้ค่อนข้างดี แต่ติดตรงที่เสื้อผ้าเด็กมีหลายไซส์ใน 1 แพค ทำให้บางทีเหลือไซส์ที่ขายยาก ก็จะตกค้าง ต้องเอามาปล่อยขายถูกๆทีหลัง ไม่ก็เที่ยวเอาไปแจกชาวบ้าน 5555555

ขายตรงนี้ได้อยู่ไม่กี่เดือนก็เริ่มเซ็ง เพราะสินค้าที่เราสั่งไป เวลาได้ของมา มักจะไม่ตรงกับที่สั่ง ประมาณว่าร้านค้าชอบยัดของผิดแบบมา

เมื่อก่อนชิปปิ้งเค้ายังไม่มีบริการ qc สินค้าให้เหมือนปัจจุบัน เลยได้ของผิดแบบมาประจำ อีกอย่างคือคุณภาพของสินค้าไม่ค่อยดี เนื้อผ้าห่วยๆ เราได้ของมาแทบไม่อยากขาย เพราะขนาดลูกตัวเองยังไม่อยากให้ใส่เลย ผ้าห่วยๆแบบนี้ ขายไปก็เหมือนไปหลอกขาย เลยรู้สึกไม่ค่อยดี เลิกดีกว่า

ช่วงที่กะลังจะเลิกก็หาอย่างอื่นทำใหม่ได้พอดีเลย เป็นพรีออเดอร์สินค้าจากอเมริกา

ขายอย่างที่สี่ …..ของเล่นของใช้เด็กจากอเมริกา มีทั้งพรีออเดอร์และพร้อมส่ง…..

หลังจากเบื่อกับของจีน เลยลองหันมาทำทางอเมริกาดูบ้าง เป็นการรับพรีออเดอร์สินค้า ลงเรือมาไทย

แม่ๆจะชอบพรีกัน เพราะจะได้ของราคาถูกกว่าในห้างเยอะมาก แถมใช้แล้วเบื่อๆ เอามาขายต่อเป็นมือสองได้อีก ขาดทุนนิดเดียว แต่ข้อเสียคือรอของนาน ใครใจร้อนก็จะไม่พรี

แม่ค้าเลยต้องมีสินค้าไว้ขายพร้อมส่ง โดยการซื้อมาสต๊อกเอง แต่ค่อนข้างจมทุนทีเดียว เพราะสินค้าจากอเมริการาคาสูง ไม่เหมือนของจีนถูกๆ แถมซื้อของไป กว่าจะได้ของมาก็อีกนาน เอามาขายก็กำไรไม่ใช่ว่าจะได้เยอะ เพราะการแข่งขันสูง แต่ก็นะ เพื่อลูก อะไรทำได้ก็ต้องทนๆทำไปก่อน มีลูกแล้วค่าใช้จ่ายมันเยอะ อะไรที่ทำแล้วได้เงินก็ต้องทำ

เรารับพรีเรือมาปีกว่า รับพรีมาก็ 16 รอบแล้ว เปลี่ยนชิปปิ้งไป 3-4 เจ้าแล้ว ได้ประสบการณ์จากตรงนี้มาเยอะมาก เจอทั้งคนดี คนไม่ดีปนกันไป ชิปปิ้งเลวก็เจอ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์กันไป

ถึงตอนนี้ ยังรับพรีเหมือนเดิม แต่เราเองเริ่มเบื่อการทำในเนต อยากมีร้านค้าเป็นหลักเป็นแหล่งแบบคนอื่นมั่ง

เมื่อปลายเดือนก่อนเลยลองหาที่เปิดหน้าร้าน แล้วไปได้ที่ตรงหลังการบินไทย เลยคิดว่าจะลองสักตั้ง ขายมันทั้งในเนต ทั้งหน้าร้านเลย โดนค่าที่เดือนนึงสองหมื่นกว่าบาท ไม่รู้จะไปรอดป่าว ปกติขายแต่ในเนต ค่าเช่าปีละสามพันกว่า 55555555555

พอทำสัญญาเช่าห้องแล้ว เริ่มรู้สึก ค่าใช้จ่ายเยอะแฮะ ไหนจะค่าตกแต่งห้องอีกประมาณสองหมื่น อันนี้คือตกแต่งแบบง่ายๆที่สุด ถูกที่สุดแล้วนะเนี่ย

มาถึง ณ จุดนี้ อิชั้นเริ่มนอย ยังไม่ได้เริ่มขายหน้าร้านหรอก เพราะยังตกแต่งไม่เสร็จ แต่ขอนอยไปก่อน กลัวเจ๊ง กลัวขายไม่ดี จะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเช่า อิอิอิอิ

ปกตินั่งขายแต่หน้าคอม ถึงเวลาแพคของส่งไปรษณีย์ ชีวิตอิสระ อยากไปไหนก็ไปได้ แต่มีหน้าร้านแล้วเราต้องเฝ้าร้าน ไม่มีเวลาไปไหนเหมือนเดิม แถมค่าเช่าที่แสนแพง คิดแล้วกลุ้ม แล้วนี่จะมาบ่นทำไมเนี่ย 555555555555

ขอจบดื้อๆเลยแระกันค่ะ

สรุปคือที่มาเล่านี่เพราะอยากให้กำลังใจทุกคนที่คิดจะเริ่มต้นค่ะ

(กำลังใจตัวเองยังไม่มีเลย ดันจะเอาไปให้คนอื่น 55555555)

สู้ๆคร่าทุกคน ^____^

จากคุณ : ซิ่วฮุ่ย

เขียนเมื่อ : 7 ม.ค. 55 18:12:38

ความคิดเห็นที่ 40

จขกท.เริ่มต้นคล้ายเราเลย เราเริ่มขายในเนตก้เพราะมีลูกเลยเปิดขายของใช้ของเล่นเด็กก่อนเลย ติดต่อกับบ.นำเข้าเองด้วย (เพราะความงกอยากได้ราคาต่ำๆ)

ตอนนี้เป็นแม่ค้าพรีฯ อเมริกาเหมือนกัน แต่เราเน้นตุ๊กตาเป็นหลัก ..

ก่อนเป็นแม่ค้าพรีฯพรีเคยเปิดร้านขายตุ๊กตาและของเล่น มือ 2 และลงขายในเนตด้วยแต่พอย้ายบ้าน ระยะทางไกลเลยเหลือขายในเนตอย่างเดียว และเพิ่มออฟชั่นพรีออร์เดอร์ไปด้วย

ตอนนี้กำลังลังเลเรื่องเปิดร้านอีกครั้ง กับขายในเนตอย่างเดียว .. เพราะปัจจุบันแค่ขายในเนตยังอยากให้เวลามีมากกว่า 24 ชม. เหมือนเราทำอะไรไม่เสร็จซะที ไอ้นั่นก็ต้องทำ ไอ้นี่ก็ยังไม่เสร็จ กว่าจะเสริชหาตุ๊กตาสวยๆราคาพอประมาณ เพื่อนำเสนอลูกค้าก็ใช้เวลานานมาก บางทีต้องคอยประมูลตุ๊กตาในอีเบย์ให้ลูกค้า .. คือไม่เหนื่อยนะแต่มันเหมือนวันๆนึงทำงานไม่เสร็จอ่ะ (จะเข้าใจกันหรือปล่าว)

แถมเรายังจับตุ๊กตามือสอง มารีเมคขายใหม่ด้วย บางตัวต้องเปลี่ยนเกือบทั้งตัว ไหนจะต้องหาเสื้อผ้า อุปกรณ์ต่างๆสำหรับตุ๊กตาอีก ..

ถ้าเปิดร้านมีลูกค้ามีรายได้ชัวร์ๆเหมือนกัน .. เพราะฐานลูกค้าเก่าที่เคยขายยังมีอยู่ .. เนี่ยคิดๆๆๆ เหลือเวลาอีก 10 วันยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะเอาล็อคเปิดร้านดีหรือเปล่า..
จากคุณ : กุ้งอ้วน
เขียนเมื่อ : 7 ม.ค. 55 19:48:35

วามคิดเห็นที่ 41

อ้าว จบซะแล้ว -0- นึกว่าจะให้มาช่วยแนะนำวิธีเรียกลูกค้าซักหน่อยค่ะ 555
จากคุณ : VipCreamy
เขียนเมื่อ : 7 ม.ค. 55 20:07:36

ความคิดเห็นที่ 42

มีหน้าร้าน ก้อจะทำให้เราได้พบปะพูดุยกับลูกค้า ได้รู้ความต้องการมากขึ้น ไม่เบื่อด้วย
จากคุณ : The SuNny SiDe Of LiFe
เขียนเมื่อ : 7 ม.ค. 55 20:16:05

ความคิดเห็นที่ 43

คคห. 41 คะ
เราโฆษณาร้านค้าโดยการโพสตามที่เค้าให้โพสประกาศฟรีค่ะ
และอาจมีลงแบนเนอร์บ้าง ถ้าราคาไม่สูงเว่อจนเกินไปค่ะ
จากคุณ : ซิ่วฮุ่ย
เขียนเมื่อ : 7 ม.ค. 55 23:24:06

ความคิดเห็นที่ 44

เราชอบตรงจขกทมาเล่าแล้วก็บอกเลยว่าขายอะไร

เวลาอ่านทู้แบบนี้ คนเล่าจะเล่าถึงความสำเร็จของตัวเอง แต่ไม่ยอมบอกว่าขายอะไร
พออ่านจบแล้วมันก็เลยคาใจ ขายอะไรหว่า
จากคุณ : nuttool
เขียนเมื่อ : 8 ม.ค. 55 00:04:08

วามคิดเห็นที่ 45

เล่าต่อก็ได้นะครับ ผมยังสนใจช่วงที่ทำพรีออเดอร์อเมริกา ที่บอกว่าได้เรียนรู้เยอะน่ะครับ หรือเล่าปัญหาที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็ได้ เผื่อมีคนแนะนำคุณได้ แต่ถ้าไม่มีอารมณ์จะเล่าต่อก็จบแบบนี้แหละ จบแบบหนังอาร์ตๆ ไป ขัดใจคนดูนิดนึง ไว้ร้านเปิดขายแล้ว มีเรื่องดีๆ ค่อยมาเล่าเรื่องใหม่ก็ได้ครับ
จากคุณ : PoojeeChunn
เขียนเมื่อ : 8 ม.ค. 55 00:16:15

ความคิดเห็นที่ 46

คคห. 45 คะ
ที่บอกว่าทำพรีได้เรียนรู้เยอะ คือว่าได้เรียนรู้เกี่ยวกะการทำการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศค่ะ
ได้รู้ว่าการโกงกินมันเยอะมากมาย 555555555555
ได้รู้ว่าสินค้าที่จะนำเข้ามานี่ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนกว่าจะมาถึงมือเรายังไง
การที่เราเรียนรู้เกี่ยวกะระบบขนส่งนี่เราว่าดีนะคะ
เพราะว่ามันสามารถต่อยอดธุรกิจได้อีกหลายแบบเลยค่ะ
เพื่อนที่รู้จักกัน ก็จะแบบเอารถเข้า มอไซเข้า
เราก็จะแบบ อ๋อ เค้าทำกันอย่างงี้นี่เอง

นี่เรายังสนใจอยากไปเรียนชิปปิ้งเลยค่ะ
เผื่อวันไหนเกิดอยากเปิดบริษัทชิปปิ้งขึ้นมา อิอิอิอิ

แต่อย่าถามน๊า ว่าขั้นตอนสินค้าเข้ามายังไง
เพราะว่าของมันมาแบบซิกแซกเหมือนพวกของจีนอะค่ะ

เอาเป็นว่า ใครอยากรู้ไรก็ถามมาดีกว่าเนอะ
เราเองก็ไม่รู้จะเล่าไรแล้วอ้ะ
จากคุณ : ซิ่วฮุ่ย
เขียนเมื่อ : 8 ม.ค. 55 00:35:04

ความคิดเห็นที่ 47

ส่วนปัญหาที่เจออยู่ตอนนี้ในเรื่องของการพรีออเดอร์
คือการที่เรายังหาคนทำงานที่อเมริกาแบบ perfect ไม่เจอซักที
ถ้าไม่มีลูกนี่อยากจะบินไปทำเองที่โน่นเลยจริงๆ
เพราะมันมีช่องทางการนำเข้าสินค้ามาเมืองไทยได้หลายอย่าง หลายรูปแบบ
แต่ติดตรงที่คนทำงานที่เมกาที่ดี และ ที่ไว้ใจได้ มันหายากเหลือเกิน

อีกอย่างคือเรื่องของระยะเวลาการรอของ
ของไม่สามารถออกมาเดี่ยวๆได้ ต้องรอรวมเต็มตู้
บางทีกำหนดเวลารวมของไว้เดือนนึง
แต่เอาจริงๆ สองเดือนยังไม่เต็มเลย
ทำให้เราต้องมาเลทลูกค้าที่รอรับของ ว่าของจะเข้าเลทนะอะไรแบบนี้
คนที่เข้าใจ รอได้เค้าก็ไม่ว่าอะไร
แต่คนที่ใจร้อน จะเอาตามเวลาเป๊ะๆ ก็ต้องคืนเงินกันไป เราเองจะได้ไม่ปวดหัววลาลูกค้าจิก
แต่ตรงจุดนี้ เราเองก็จะสกรีนคนที่มาพรีออเดอร์ก่อน
ตอนที่เค้าถามของอะไรแบบนี้ เราจะบอกเลยว่าของมันอาจจะเลทได้นะ จริงๆก็เลททุกรอบแหละ
80% เลยนะที่เลท มันไม่ค่อยเข้าตรงเวลาหรอก
คนที่รอได้ก็จะซื้อ แต่คนที่คิดว่ารอไม่ได้ก็ไปหาซื้อสินค้าพร้อมส่งแทน

เราเคยเจอแม่ค้าที่มาฝากชิปปิ้งเราส่งสินค้า
ชอบไปบอกเวลาสั้นๆเพื่อให้ลูกค้าสั่งของกับเค้า แบบดูว่าได้เร็วดี
แต่พอถึงเวลาจริงๆ ของมาเลท ก็ต้องปวดหัวกับการที่ลูกค้ามาจิก
เราสอนไปเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ว่าให้บอกเวลาเผื่อไว้
สุดท้ายเลยเลิกรับฝากคนนี้ไปเลย
เพราะพอลูกค้าเค้ามาจิก เค้าก็มาตามจิกเราต่อ ปวดหัวมากมาย

แต่ถึงมันจะมีปัญหาบ้างในการทำพรีออเดอร์
เราก็ยังชอบอยู่นะ สนุกดี และอีกอย่าง ลูกค้าติดร้านเราเยอะแล้ว
เพราะเราสั่งของจริง ไม่ได้เอาเงินลูกค้ามาหมุน
แล้วพอถึงเวลามาคืนเงินกัน แบบนี้ไม่เคยทำ
ถ้าเลิกไป ก็เสียดายลูกค้าอยู่ เลยทนๆทำต่อไป ทั้งๆที่กำไรก็ไม่ค่อยมี 55555555555
จากคุณ : ซิ่วฮุ่ย
เขียนเมื่อ : 8 ม.ค. 55 00:41:42

ความคิดเห็นที่ 48

ตอนนี้เราทำพรีออเดอร์เกาหลีอยู่ค่ะ
เคยคิดอยากจะหันไปนำของเมกามาขายบ้าง แต่ไม่มีชิปปิ้งดีๆ ไม่รู้จัก
ของเมกาบูมกว่าเกาหลีเยอะเลยค่ะ พวกแบรนเนม

ตอนนี้โฆษณาส่วนตัวก็คิดว่าเยอะเหมือนกันนะคะ แต่เป็นแบบฟรี ^^”
มีคนกดไล้เพจก็พันกว่าคนแล้ว เพิ่งเปิดมาประมาน1เดือน แต่ไร้ซึ่งลูกค้าจริงๆค่ะ
เลยสงสัยว่าเป็นเพราะราคาที่สูงด้วย และเป็นเพราะคนไม่นิยมเท่าเมการึเปล่าคะ
จากคุณ : VipCreamy
เขียนเมื่อ : 8 ม.ค. 55 00:54:26

ความคิดเห็นที่ 51

ดีจัง ขอบคุณนะคะที่มาแชร์

เราเองก็ทำพรีอเมริกาเหมือนกัน แต่เป็นเสื้อผ้าเด็กอ่ะ
อยากส่งสามีไปเรียนชิปปิ้งเหมือนกัน ชิปปิ้งดีๆยังหาไม่เจอเลยค่ะ เซ็ง
จากคุณ : อิ อิ อิ
เขียนเมื่อ : 8 ม.ค. 55 11:10:29

ความคิดเห็นที่ 52

แค่เรียนชิปปิ้งอย่างเดียวไม่พอค่ะ
ต้องมีเส้นสายด้วยค่ะ
ถ้าไม่มีเส้นสายในวงการนี้ ก็จะเหมือนคนพิการอะค่ะ
จากคุณ : ซิ่วฮุ่ย
เขียนเมื่อ : 8 ม.ค. 55 13:06:26

ความคิดเห็นที่ 53

เราอยากรู้ขั้นตอน การนำเข้าตอนถึงประเทศไทยแล้วอะค่ะ
เคลียร์ภาษีกับศุลกากรยังไงคะ ชิปปิ้งเขาเก็บกี่เปอร์เซ็นต์แล้วได้ของชัวร์ ๆ ไหม
จากคุณ : Freedom of Life
เขียนเมื่อ : 8 ม.ค. 55 13:43:29

ความคิดเห็นที่ 54

เพื่อนผมขายแ่ผ่นเสียงครับ ซื้อแผ่นเสียงเก่าจากอีเบย์ แล้วเอาไปโพสขายตามเว็บบอร์ดคนชอบฟังแผ่นเสียง ได้เดือนละ 3-4 หมื่น (กำำไร)

แต่เวลาสั่งของจากต่างประเทศ ต้องไปอุธรณ์ค่าภาษี โดยเอาบิลที่สั่งทางอีเบย์ไปเคลียร์
จากคุณ : bigwores
เขียนเมื่อ : 8 ม.ค. 55 14:07:07

ความคิดเห็นที่ 56

ขายมาสองปีแล้วเหมือนกันค่ะ เสื้อผ้าแฟชั่นจากเกาหลี จีนนี่แหละ งูๆปลาๆไปเรื่อย
รายได้ไม่เยอะอะไร แต่ทำเพราะใจรักชอบสวยๆงามๆ กำลังคิดอยากทำขายอย่างอื่นด้วย แต่ก้ลังเลว่าจะขายไรดี

ก็สู้ๆกันต่อไปค่ะ
จากคุณ : ตะวันมุ้งมิ้ง
เขียนเมื่อ : 8 ม.ค. 55 15:58:43

ความคิดเห็นที่ 58

เคยขายทางเนตเหมือนกัน อย่างว่าบางทีเบื่อ แต่ตอนนี้จะไปหาที่ขายด้วย เผื่อเจอลูกค้าต่างชาติ ตลาดนัดจะเปิดใหม่ที่ประตูน้ำ www.talad.in.th เพื่อนๆลองเข้าไปดู
จากคุณ : หน่มกินข้าวสาวกินเกลือ (หน่มกินข้าวสาวกินเกลือ)
เขียนเมื่อ : 8 ม.ค. 55 20:45:46

ความคิดเห็นที่ 64

ช่วยตอบในความเห็น 53 สำหรับเรื่องชิปปิ้งครับ บทความนี้ น่าสนใจทีเดียว…
ผมอ่านแล้วอึ้งกิมกี่จริงๆครับ…

ธุรกิจชิปปิ้งมีมานานแล้ว ทำหน้าที่แทนผู้ส่งออกและนำเข้าโดยเกี่ยวข้องกับสองหน่วยงาน คือกรมศุลกากร ในการเสียภาษีและดำเนินการตามพิธีศุลกากร ส่วนที่สองเกี่ยวข้องกับการท่าเรือฯ โดยตรงคือกระบวนการที่ไปปล่อยของออกจากท่าเรือฯ

กล่าวกันว่าธุรกิจนี้เฟื่องฟูมากในเมืองไทยนั้น เหตุเพราะขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งในส่วนของกรมศุลฯ และการท่าเรือฯ นั้นยุ่งยากมาก กว่าจะผ่านไปได้แต่ละขั้นตอน ซึ่งชิปปิ้งยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องจ่ายใต้โต๊ะแทบทุกขั้นตอน เป็นค่า “ฝีมือ” (ไม่รู้ต้องใช้ฝีมืออะไรกันนักหนา) ซึ่งถ้าคุณไปเปิดกระเป๋าถือของชิปปิ้ง จะพบแบงก์ร้อย, แบงก์สิบ-ยี่สิบ เป็นปึกเอาไว้จ่ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่นี่เวลาจ่ายเงินกันไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยนเหมือนจ่ายให้ตำรวจจราจร เขาหยิบขึ้นมานับแล้วจ่ายกันเห็น ๆ เลย เจ้าหน้าที่รับเงินแล้วนับ บางคนยังมีต่อรองราคาอีกต่างหาก “เฮ้ย น้อยไป”

อ่านต่อได้ใน

http://www.gotomanager.com/news/printnews.aspx?id=7951
จากคุณ : คนคลองลำเจียก
เขียนเมื่อ : 19 ม.ค. 55 00:35:11

ที่มา : http://www.pantip.com